ไนท์แฟรงค์

ไนท์แฟรงค์ ชี้ตลาดคอนโดภูเก็ตยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว ผู้ประกอบการด้านงบประมาณเปิดโครงการเน้นเงินสำรอง แม้แต่ประเทศที่เปิดกว้างก็ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว เศรษฐกิจภูเก็ตเปิดเผยว่ามีการขายคอนโดมิเนียมใหม่ 615 ยูนิตในปี 64 ในขณะที่จำนวนรายการขายทั้งหมด 5,720 ยูนิต ราคาจะเพิ่มขึ้น 10-15%

นายณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การเปิดประเทศจะทำให้ชาวต่างชาติและชาวไทยเดินทางในจังหวัดภูเก็ตได้มากขึ้น สถานการณ์โดยรวมในตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตยังคงฟื้นตัว ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงเลือกที่จะไม่เปิดโครงการใหม่ในปีนี้ แต่การฟื้นตัวของตลาดคอนโดยังคงมีความท้าทาย เนื่องจากเน้นการขายยูนิตที่เหลือและรอการประเมินสถานการณ์เพิ่มเติม โดยพิจารณาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ภูเก็ตต้องพึ่งพาการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวจากนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล แต่ก็ได้กระตุ้นเศรษฐกิจของภูเก็ต และส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต โดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 65 ตลาดคอนโดมิเนียมจะปรับตัวดีขึ้นจากกำลังซื้อของต่างประเทศโดยเฉพาะนักลงทุนชาวรัสเซียที่เริ่มซื้อตั้งแต่ปลายปี 2507 สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มรัสเซียจะเป็นกำลังซื้อหลักในปัจจุบัน

สำหรับสถานการณ์อุปทานคอนโดในจังหวัดภูเก็ต ณ สิ้นปี 64 มีอุปทาน 26,068 ยูนิต และไม่พบคอนโดเปิดใหม่ตลอดทั้งปีเนื่องจากผู้ประกอบการยังคงจับตาสถานการณ์การเดินทางของผู้อยู่อาศัย ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และประเทศต่าง ๆ ทำให้ต้องชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นอันดับแรก สำหรับสถานการณ์ความต้องการคอนโดในจังหวัดภูเก็ต

พบว่า มีอุปทานรวม 26,068 ยูนิต ณ สิ้นปี 64 มียอดขายรวม 20,376 ยูนิต และขายได้เพียง 615 ยูนิตในปี 64 ลดลงจาก ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว คอนโดมิเนียมขายได้ 1,956 ยูนิตในปี 63 และปัจจุบันมีคอนโดสำหรับขายในภูเก็ตประมาณ 5,720 ยูนิต

สำหรับราคาขายคอนโดมิเนียมในภูเก็ต พบว่าภายในสิ้นปีนี้ ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมวิวทะเล 64 ยูนิต อยู่ที่ 196,015 บาทต่อตารางเมตร ประมาณ 1 จาก 63 ในปีที่แล้ว63 ปี 6%

ราคาขายเฉลี่ยอพาร์ทเมนท์วิวทะเลคือ 192,758 บาทต่อตารางเมตร ราคาขายเฉลี่ย 64 ยูนิตไม่มีวิวทะเล 76,526 บาทต่อตร.ม. เพิ่มขึ้น 0.45% ราคาเสนอขายเฉลี่ยแบบไม่มีวิวทะเล 76,184 บาทต่อตร.ม.

“จากมุมมองของสถานการณ์ที่เริ่มดีขึ้นอาจต้องใช้เวลา นอกจากนี้ หลายโครงการมีกำหนดแล้วเสร็จ ราคาจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และหากสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ คาดว่าราคาขายเฉลี่ยจะอยู่ที่ เพิ่มขึ้น 10-15%”

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ตลาด วิลล่าภูเก็ต ประจวบฯ หดตัวแรง ผู้ประกอบการ เบรกเปิดหน่วยขายใหม่

ตลาด วิลล่าภูเก็ต หดตัวแรง ในครึ่งแรกของปี 64 ชะลอตัวลงอย่างหนัก ผู้ประกอบการ เบรกเปิดหน่วยขายใหม่ ยอดขายร่วงลงตามภาวะตลาด เผยทำเลยอดฮิต ซัปพลายคงเหลือรอการระบาย จับตาผลการฉีดวัคซีนจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่น รวมถึงนโยบายเปิดเมืองมากขึ้น

ตลาด วิลล่าภูเก็ต ประจวบฯ หดตัวแรง

จากในงานสัมมนาของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในเรื่อง “สถานการณ์ ตลาดที่อยู่อาศัย ครึ่งหลังปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 ภายใต้วิกฤตโควิด-19” ทั่วประเทศนั้น พบว่า ที่อยู่อาศัยที่อยู่ในภาคใต้และภาคตะวันตก ซึ่งมีจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย เช่น จังหวัดภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ซึ่งแม้ว่า รัฐบาลจะได้เดินหน้าเปิดเมือง โดยนำร่องตามโมเดล “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภายใต้มาตรการดูแลด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด

ล่าสุด แผนการเปิดจังหวัดเพิ่มเติม เพื่อรับนักท่องเที่ยวใน 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ (อ.เมืองฯ อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า), ชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ), เพชรบุรี (ชะอำ) และประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จากกำหนดเดิมวันที่ 1 ตุลาคม 64 อาจต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายนแทน เพื่อเร่งระดมทุนฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19 ให้ได้ครบโดสไม่น้อยกว่า 70% ซึ่งเป็นเงื่อนไขหลักของการพิจารณาเปิดพื้นที่นำร่อง

 ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภายใต้วิกฤตโควิด-19 ว่า จากการที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดเก็บข้อมูลความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ด้วยการสำรวจ ภาคสนาม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังคงประสบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 และ 4 ได้พบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนต่อตลาดบ้านพักตากอากาศ (วิลล่า)

โดยในส่วนของตลาดบ้านพักตากอากาศ(วิลล่า)ในจังหวัดภูเก็ตจากครึ่งแรกของปี64 มีซัปพลายรวม 245ยูนิต กว่า 98% เป็น บ้านเดี่ยวมูลค่าซัปพลายในตลาดประมาณ 12,960ล้านบาทเกือบ100%เป็นตลาดบ้านเดี่ยวมูลค่าในตลาด 12,845 ล้านบาท ขณะที่หน่วยเปิดขายใหม่ (New Supply) ทั้งในด้านหน่วยเปิดใหม่และมูลค่าพบว่าในครึ่งแรกของปี 64 ใน11ทำเลหลักไม่มีซัปพลายใหม่เข้าสู่ตลาด ทั้งนี้ ซัปพลายที่เหลือคงค้างอยู่ในตลาด ได้แก่

-1 เทพกระษัตรี-ศรีสุนทร (มีมูลค่าคงเหลือสูงสุดถึง 5,409 ล้านบาท) –

-2 หาดราไวย์

-3 ในเมืองกระทู้

-4 จะอยู่ที่ ในเมืองกะทู้

โดยระดับราคาที่มีอยู่ในตลาดจะเป็นกลุ่ม 15.01-20 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 62 จนถึงไตรมาสแรกปี 64 มีซัปพลายอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก รองลงมาจะกลุ่มราคามากกว่า 70 ล้านบาท เป็นส่วนใหญ่

 ในด้านการขายใหม่ ในครึ่งแรกของปี 64 มี 19ยูนิต โดยหลักๆ มาจากทำเล เทพกระษัตรีศรีสุนทร ที่เหลือจะเป็นทำเล หาดราไวย์ หาดบางเพา-หาดสุรินทร์ และป่าคลอก อย่างละ 1ยูนิตเท่านั้น

แต่เป็นน่าสังเกตในเรื่องของมูลค่าขายใหม่ พบว่า ป่าคลอก แม้จะมีการขายได้เพียง 1ยูนิต แต่มูลค่าสูงถึง 126 ล้านบาท

ดร.วิชัย กล่าวถึงภาพรวมโครงการที่อยู่อาศัยภาคตะวันตกว่า ครึ่งแรกของปี 2564 มีโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เข้าสู่ตลาดเพียง 886 หน่วย หรือ เพิ่มขึ้น 49.2% และมีมูลค่ารวม 2,900 ล้านบาท แต่มีมูลค่าลดลง -51.5% ส่งผลให้อุปทานที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่มีการขายในพื้นที่ภาคตะวันตก มีจำนวนรวม 5,737 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 4.0% และมีมูลค่ารวม 26,083 ล้านบาท โดยมีหน่วยขายได้ใหม่  เพิ่มขึ้น 554 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 5.1% ขณะที่มูลค่าลดลง 2,301 ล้านบาท หรือลดลง -43.2% ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขายอยู่ในตลาดประมาณ 5,183 หน่วย และมีมูลค่ารวมประมาณ 23,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า 3.9% และ 1.7% ตามลำดับ เมื่อพิจารณาลงรายละเอียด พบการชะลอตัวของการ เปิดขายใหม่ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -69.2 ขณะที่จังหวัดเพชรบุรีมีหน่วยเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นทั้งบ้านจัดสรรและอาคารชุด

สำหรับแนวโน้มปี 2565 ศูนย์ข้อมูลฯ คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเข้าสู่ตลาดภาคตะวันตก ประมาณ 2,261 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 10,584 ล้านบาท

โดยคาดว่าช่วงครึ่งแรกปี 2565 อัตราการขยายตัวของหน่วยโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 ประมาณ 21.8% ใน ขณะที่มูลค่าในครึ่งแรกของปี 65 จะเพิ่มขึ้น 87.2% แต่อาจจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2565

ในส่วนของภาพรวมตลาด บ้านพักตากอากาศ (วิลล่า) ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น ในครึ่งแรกของปี 64 มีจำนวน 128ยูนิต ทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยว มูลค่ารวม 3,128 ล้านบาท

โดยไม่มีการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งยอดขายครึ่งปีแรกมีเพียง 2ยูนิต มูลค่า 42 ล้านบาท ส่งผลให้เหลือบ้านพัก ตากอากาศที่สร้างเสร็จแล้ว 126ยูนิต มูลค่าในตลาดประมาณ 3,140 ล้านบาท

          สำหรับทำเลที่มีซัปพลายวิลล่าอยู่ในตลาด จะพบว่า หลักๆ จะอยู่ที่ ทำเลทับใต้ จำนวน 76ยูนิต (มูลค่าคงเหลือ 2,020 ล้านบาท) เขาตะเกียบ 43ยูนิต เขาหินเหล็กไฟ 6ยูนิต ปราณบุรี 2ยูนิต และ หัวหิน 1ยูนิต ราคาของซัปพลายที่อยู่ในตลาดจะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 15 ล้านบาท ส่วนยอดขายที่เกิดขึ้นในครึ่งแรกของปี 64 มีเพียง 2ยูนิต จะอยู่ที่ทำเลเขาตะเกียบ ระดับราคา 20.01-25 ล้านบาท


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ดัชนีความเชื่อมั่นลด 10 ไตรมาสรวด

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล โดย ดัชนีความเชื่อมั่นลด เนื่องจากในภาวะปัจจุบัน ในภาพรวมของไตรมาส 3 ปี 2564 มีค่าดัชนีเท่ากับ 45.8 ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ค่าดัชนีไตรมาสนี้ยังต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 ซึ่งสะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคง “ขาด”ความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2562 รวมเป็นระยะเวลาติดต่อกันมาถึง 10 ไตรมาสแล้ว

ดัชนีความเชื่อมั่นลด

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ค่าดัชนีไตรมาสนี้ยังต่ำกว่าระดับ 50.0 เริ่มต้นจากการบังคับใช้มาตรการควบคุมแอลทีวี ของธนาคารแห่งประเทศไทยในไตรมาส 2 ปี 2562 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มชะลอตัวลง และตั้งแต่ต้นปี 2563 จนมาถึงไตรมาส 3 ปี 2564 ประเทศไทยต้องประสบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์“ชะลอตัว”ทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน

โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 สถานการณ์การระบาดของโควิดมีความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ประมาณ 15,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดิมในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งช่วงก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 2,500 คนต่อวัน และมีการล๊อคดาวน์ในบางพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ ที่มีการล๊อคดาวน์อีกครั้งตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายน 2564 ทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง และยังคงทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย มีความวิตกกังวลต่อผลกระทบของสถานการณ์ดังกล่าว ในภาวะปัจจุบันเป็นอย่างมาก

ล่าสุดศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ได้มีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเสนอให้พิจารณาเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมาย ขยายเพดานให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยขยายเพดานให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้เกิน 49% ตลอดจนให้สิทธิ์เพิ่มที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว เพื่อให้สิทธิ์นักลงทุนต่างชาติ เข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยและนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ความสนใจต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และอีกปัจจัยบวกที่สำคัญที่เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

โดยรัฐบาลเริ่มมีการผ่อนคลายล๊อคดาวน์ อนุญาตให้ผู้ประกอบการกลับมาเปิดให้บริการบางส่วน เช่น ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านนวด รวมทั้งสายการบินเริ่มเตรียมความพร้อมในการให้บริการเที่ยวบิน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอีก 6 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

อสังหาแนวราบ กับแนวดิ่ง สำหรับมือใหม่ที่กำลังอยากจะเข้ามาในวงการ อสังหา

สำหรับมือใหม่ที่กำลังอยากจะเข้ามาในวงการ อสังหา หรือก่อนจะเริ่มลงทุน ในธุรกิจอสังหาฯ นั้น แน่นอนว่า ท่านอาจจะต้องรู้จักกับลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ แต่ละประเภทกันก่อน เพราะความรู้ในเรื่องลักษณะโดยรวมของอสังหาฯ แต่ละประเภท คุณก็จะหากลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเราได้ดียิ่งขึ้น โดยวันนี้เราจะพูดถึง ความต่างระหว่าง อสังหาแนวราบ กับแนวดิ่ง

รู้จัก อสังหาแนวราบ กับแนวดิ่ง

อสังหาฯแนวราบ ที่มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  1. บ้านเดี่ยว : บ้านยอดนิยม ตั้งอยู่เดี่ยวๆ เนื้อที่กว้างขวาง รั้วรอบขอบชิด ได้ความเป็นส่วนตัว ปลอดการรบกวนของชาวบ้าน ซึ่งความใหญ่และเล็กก็จะแตกต่างกันไปตามรสนิยมและฐานะของเจ้าของบ้าน สำหรับเนื้อที่ของบ้านเดี่ยวนั้น ตามกฎหมายได้กำหนดขนาดไว้ว่า ต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา โดยที่ดินจะต้องมีหน้ากว้างติดถนนไม่ต่ำกว่า 10 เมตร และลึก 20 เมตร
  2. บ้านแฝด : บ้านที่สร้างขึ้นเป็นคู่ เป็น 2 หลัง แต่มีฝาบ้านติดกัน มีลักษณะคล้ายกับบ้านเดี่ยวแต่เนื้อที่น้อยกว่า ซึ่งการที่จะเป็นบ้านแฝดได้ ตามกฎหมายนั้นกำหนดไว้ว่าจะต้องมีขนาดที่ดินไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวา และคู่หนึ่งต้องมีความกว้างของที่ดินไม่ต่ำกว่า 16 เมตร ซึ่งแบ่งเป็นข้างละ 8 เมตร
  3. ทาวน์เฮ้าส์ : เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บ้านแถว ตั้งอยู่ตามเมือง มีพื้นที่จอดรถและสวนหย่อมหน้าบ้าน และตามกฎหมายทาวน์เฮ้าส์จะต้องมีขนาดที่ดินไม่เกิน 16 ตารางวา และมีขนาดความกว้างไม่ต่ำกว่า 4 เมตร ลึก 16 เมตร
  4. อาคารพาณิชย์ : เรียกอีกอย่างว่าตึกแถว นิยมในชุมชนเมือง เพราะนอกจากจะใช้อยู่อาศัยได้แล้ว ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจได้อีกด้วย และเนื่องจากมีพื้นที่ไม่มาก จึงนิยมก่อสร้างหลายชั้น

อสังหาฯแนวดิ่ง

1.คอนโดมิเนียม : มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอาคารชุด มีหลายชั้น แต่ละชั้นประกอบด้วยห้องพักจำนวนมาก และภายใน 1 ห้อง ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เรียกกันว่าพื้นที่ส่วนกลาง (Facility) เป็นจุดเด่นที่แต่ละโครงการจะมีมากน้อยต่างกันไป คอนโดมิเนียมมักตั้งอยู่ในทำเลดี สะดวกต่อการเดินทางใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งคอนโดมิเนียมนี้เอง ที่ ถูกแยกออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน  Condominium High rise – Condominium Low rise

  1. โรงแรม : ลักษณะคล้ายคอนโดมิเนียม แต่มีการแบ่งประเภทตามลักษณะต่างๆ ทั้งทำเล, หน้าที่(เพื่อการค้า,พักผ่อน,ประชุม,พักอาศัย,ท่องเที่ยว), แบ่งตามจำนวนห้องพัก, ราคาห้อง และระยะเวลาที่ลูกค้าเข้าพัก (ชั่วคราว, ประจำ)
  2. อพาร์ตเม้นต์ : ลักษณะคล้ายกับคอนโดมิเนียม หรือ ตึกแถว ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เดินทางสะดวก สร้างหลายชั้นและประกอบด้วยห้องพักจำนวนมาก

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ลงทุนอสังหาให้รวย ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้

การลงทุนในอสังหา นั้นได้รับความนิยมเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ หรือนักลงทุนมือเก๋า เพราะอสังหานั้น มีโอกาสทำกำไรให้มากได้ถึง 30% แต่ถึงแม้จะไม่ได้กำไรมากขนาดนั้น แต่ด้วยราคา ของอสังหาที่ค่อนข้างสูง ก็ยังให้ผลตอบแทนเป็นจำยวนแงินที่ค่อนข้าง แต่เราจะ ลงทุนอสังหาให้รวย ได้อย่างไร เรามีขั้นตอนง่ายๆ เพื่อเป็นแนวทาง

ลงทุนอสังหาให้รวย ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1-รู้จักรูปแบบการลงทุน – ด้วยตัวอสังหานั้นมีรูปแบบการลงทุน ที่เป็นที่คุ้นเคยกันประมาณ 5รูปแบบได้แก่

ลงทุนแบบเก็งกำไร

ลงทุนปล่อยเช่ารายเดือน หรือรายวัน

นายหน้าอสังหาฯ

ลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ

ลงทุนรีโนเวท เพิ่มมูลค่าบ้าน-คอนโดฯ

2-ศึกษาตลาดอย่างจริงจัง – ตลาดอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภท หรือแต่ละระดับ มีเงื่อนไขการลงทุนที่แตกต่างกัน การที่จะทำกำไรได้ ก็ต้องศึกษารายละเอียดเชิงลึก ของตลาดที่ตัวเองลงทุนอยู่ ให้เข้าใจรอบด้าน จนสามารถคาดเดาทิศทาง และหาโอกาสทำกำไรได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภค อัตราการเช่า หรือการซื้อขาย อัตราดอกเบี้ย ปัจจัยบวก และลบ ของตลาดนั้น ๆ 

3-วางแผนให้ดีเยี่ยม – ทุกการลงทุนต้องการแผนที่ดี หลายคนพลาดเพียงเพราะมีเงินเย็นเต็มกระเป๋า แต่ดันลงทุนโดยปราศจากการวางแผนที่รัดกุม ทำให้เงินเย็นที่ควรจะงอกเงย กลายเป็นเงินร้อน และหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย การวางแผนลงทุนในอสังหา ก็ไม่ต่างกับการวางแผนธุรกิจทั่วไป จึงต้องมีการกำหนดเป้าหมาย วิเคราะห์ความเป็นไปได้ ศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง และวางกลยุทธ์อย่างเหมาะสมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

4-ซื่อสัตย์ – ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุน หรือนักธุรกิจประเภทใด เครดิตเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเมื่อสินค้าของคุณคืออสังหาริมทรัพย์ ที่มีอายุผลิตภัณฑ์ยาวนาน ชื่อเสียงความไว้ใจในผลิตภัณฑ์ และตัวผู้ให้เช่าหรือผู้ขายก็ยิ่งต้องมั่นคงยาวนานตามไปด้วย ความซื่อสัตย์อาจไม่นำพากำไรง่าย ๆ มาให้คุณในระยะสั้น แต่จะนำพาความสำเร็จที่ยั่งยืนมาให้อย่างต่อเนื่อง

5-แบ่งผลตอบแทนอย่างเหมาะสม – เพราะในการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อขาย หรือปล่อยเช่า แม้จะมีช่องทางอิเลคโทรนิคส์ที่ทันสมัย ในการนำเสนอสินค้าของคุณเข้าสู่ตลาด มีช่องทางไฮเทคมากมาย ที่คุณจะได้รับแจ้งว่า มีโครงการใหม่ๆ ทำเลใดที่น่าลงทุนเพิ่ม แต่ช่องทางของการมีบุคคล (ที่น่าเชื่อถือ) คอยแนะนำ หรือบอกต่อ แบบปากต่อปาก นั้นก็ยังมีศักยภาพอยู่เสมอ และคุณก็ไม่ควรมองข้าม การให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่นำผลกำไรดีๆ มาให้คุณ และมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด 

6-เข้าใจความเสี่ยง– โดยทั่วไปถ้าคุณลงทุนในหุ้น หรือกองทุน ก็จะมีคำเตือนให้ระวังความเสี่ยง แต่ไม่มีคำเตือนสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ความจริงก็มีความเสี่ยงมากมายพอกัน หากคุณคิดจะลงทุนในอสังหา คุณก็ต้องศึกษาให้ดีว่า อสังหาโดยรวม และอสังหาที่คุณซื้อเพื่อปล่อยขาย หรือเช่านั้น จะมีความเสี่ยงใดบ้าง หากประเมินแล้วว่า เป็นความเสี่ยงที่คุณรับได้ และมีแผนที่ดี ในการรับมือกับความเสี่ยงนั้น ก็ลุยได้เต็มที่ แต่ถ้าลงทุนเพราะซื้อตามเพื่อน ไม่ได้คิดอะไรมาก คุณอาจได้รับความเสี่ยงในแบบที่คุณไม่ได้คาดคิดไว้เหมือนกัน

7-จัดการบัญชีอย่างมีระบบ – มีหลายคนในโลกนี้ที่ขายอะไรได้เยอะแยะ มีเงินผ่านมือมากมาย แต่พอวัดระดับความมั่งคั่ง หรือดูผลประกอบการกันจริงๆ แล้วปรากฎว่า ไม่มีกำไร เพราะไม่ได้มีระบบบัญชี และการเงินที่รัดกุม ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนอสังหาระดับใด ก็ต้องรู้จักศึกษาข้อมูลเรื่องบัญชี – การเงินให้เข้าใจด้วยตัวเอง เพราะมีรายการค่าใช้จ่ายมากมาย ที่แฝงอยู่ และทำให้เงินได้ที่คุณคิดว่าควรจะเป็นกำไรเยอะแยะนั้น เหลือแค่นิดเดียว เช่น ค่าเสื่อม ค่าส่วนกลาง ค่าธรรมเนียม ค่าซ่อมแซม ภาษี รวมไปถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

โอกาสในวิกฤตกับ อสังหาฯ ขาลง ที่อาจให้ผลตอบแทน ถึง 30%

อสังหาฯ ขาลง

จากสถานการณ์โควิด หลายคนตัดสินใจหยุดการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนในตลาดหุ้น และทองคำ เพราะมีความผันผวนสูง ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ และพันธบัตร ไม่ให้ผลตอบแทนที่ดีเหมือนก่อนหน้า ส่วนการลงทุนเงินฝากเพื่อหวังผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากนั้น แทนจะเรียกว่าการลงทุนไม่ได้แล้วเพราะ อัตราดอกเบี้ยนั้นต่ำมาก จนไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้เลย ถึง อสังหาฯ ขาลง แล้วแต่ กลับยังเป็นธุรกิจที่ยังน่าสนใจ และยังมีมูลค่า เพราะยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในอนาคต แถมยังเป็นกลุ่มเดียวที่มีความเสี่ยงจากการลงทุนที่ต่ำกว่าธุรกิจอื่นๆ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ธุรกิจอสังหาฯ ยังอยู่ในภาวะหดตัว และยังไม่มีวีแววว่าตลาดจะฟื้นตัวใน 1-2 ไตรมาสนี้ เพราะตราบใดที่ยังเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ ให้กลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ ก็ยากที่เศรษฐกิจ และธุรกิจต่างๆ จะฟื้นกลับมาได้ในเร็ววันนี้

เหตุผลที่ อสังหาฯ ขาลง ยังน่าลงทุน

-จำนวนซับพลายในตลาดมีให้เลือกจำนวนมาก

-สงครามราคา ที่ทำให้ราคาขายอสังหาฯ ถูกกว่าในช่วงสถานการณ์ปกติ 30-40% โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม

-ธนาคารให้เครดิตกับนักลงทุนที่มีเงินสะสม และมีรายได้ที่มั่นคง

-เป็นช่วงที่มีมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ด้วยการลดหน่อยภาษีการจดจำนอง และค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์

-เป็นช่วงที่มีการจัดแคมเปญพิเศษ มากมาย และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น จากการเร่งระบายสต๊อก

-อสังหาฯ คือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี

ดังนั้น ในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสของผู้ซื้ออสังหาฯ ทั้งที่เป็นอสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัยเอง หรือเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะการซื้อเพื่อการลงทุนนั้น เรียกได้ว่าเป็นโอกาสในวิกฤตของธุรกิจจริงๆ เพราะการซื้ออสังหาฯ เพื่อลงทุนในช่วงนี้ เป็นช่วงที่ผู้ซื้อจะได้กำไรจากส่วนต่างมากที่สุด เพราะการซื้อในช่วงนี้ ผู้ซื้ออาจมีกำไรจากการซื้อ ไม่ต่ำกว่า 20-30% จากส่วนลดของราคาขาย ที่ผู้ประกอบการจัดแคมเปญ เพื่อระบายสต๊อก และในบางราย สามารถมีกำไรจากการซื้อมาถึง 40% 

แม้ว่าการซื้ออสังหาฯ เพื่อลงทุนในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ดีที่สุด แต่ผู้ซื้อเพื่อลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนมือใหม่นั้นจำเป็นต้องศึกษารูปแบบการลงทุนด้วย เพราะการลงทุนทุกอย่างนั้นมีความเสี่ยง ดังนั้นในการลงทุน จึงควรเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

1. ลงทุนแบบเก็งกำไร

เรียกว่าเป็นรูปแบบการลงทุนยอดนิยม ของนักลงทุนมือใหม่ เพราะเป็นการลงทุน ที่ให้ผลตอบแทนที่เร็วที่สุด โดยการลงทุนที่ดี ควรจะสามารถทำกำไรได้เลย นับตั้งแต่ตอนซื้อ หรือต้องแน่ใจว่า จะสามารถทำกำไรได้แน่นอน หากเราซื้อแล้วต้องการปล่อยขายในทันที จะต้องมีคนรอซื้อต่อ และได้กำไรด้วย เช่น การซื้อคอนโดราคาถูก หรือการซื้อในราคาต่ำกว่าตลาด ที่ดีที่สุด ควรได้ราคาต่ำกว่าตลาดอย่างน้อย 15 – 20% ยิ่งต่ำมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้โอกาสในการทำกำไรได้มีมากขึ้น ซึ่งอาจจะใช้วิธีการซื้อคอนโดจากผู้ขาย ที่มีความจำเป็นต้องรีบขาย ทั้งขายห้องคอนโด ขายใบจอง หรือขายดาวน์ ที่จำเป็นต้องขายจริงๆ รีบใช้เงิน ก็จะทำให้เรามีอำนาจต่อรอง สามารถซื้อคอนโดมาทำกำไรได้ในราคาต้นทุนที่ถูกลง

2. ลงทุนปล่อยเช่ารายเดือน หรือรายวัน

อีกหนึ่งประเภทของการลงทุน ที่ได้รับความนิยมในวงการนักลงทุนอสังหาฯ เนื่องจากสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นเสือนอนกินได้เลยทีเดียว ทั้งนี้การเป็นนักลงทุนประเภทนี้ อาจต้องมีเงินเย็น หรือเงินเก็บสักก้อน ในการลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต ประกอบกับจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้ในการเลือกซื้ออสังหาฯ อย่าง คอนโด บ้าน หรือแม้แต่ที่ดิน เพื่อปล่อยเช่าเป็นรายเดือน โดยนักลงทุน สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ตกแต่งห้อง หรืออสังหาฯ หรือรับฟังความต้องการจากผู้เช่า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้อสังหาฯ ที่ปล่อยเช่าอีกทาง

3. นายหน้าอสังหาฯ

เรียกได้ว่ารวยด้วยอสังหาฯ ได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องลงทุนอะไรมากสำหรับการเป็นนายหน้าอสังหาฯ เพียงแค่ต้องสร้างสังคม มีคนรู้จักในวงการอสังหาฯ พอสมควร และยังต้องรู้จักการใช้วาทะศิลป์พูดโน้มน้าวไปพร้อมกับการทำการตลาดยุคใหม่ไปพร้อมกันๆ โดยปกติแล้วการเป็นนายหน้าอสังหาฯ มีหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางเชื่อมโยงความต้องการระหว่างเจ้าของอสังหาฯ และผู้ซื้อ ซึ่งหากการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นไปด้วยดี นายหน้าอสังหาฯ จะได้ค่าส่วนต่างประมาณ 3% หรือคิดง่ายๆ ล้านละ 30,000 บาท โดยจะได้รับค่าส่วนต่างในวันที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้ทำธุรกรรมต่างๆ ณ กรมที่ดิน

4. ลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ รวยง่ายๆ แบบไม่ต้องปวดหัว

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กลัวภาวะต้องเผชิญหน้ากับการขาดทุน อีกทั้งรูปแบบของการลงทุนกับกองทุนอสังหาฯนั้น สามารถลงมือทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับนักลงทุนทุกเพศทุกวัย และสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแค่มีเงินหลักพันก็สามารถซื้อกองทุนรวมอสังหาฯ ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาวได้แล้ว แถมยังได้รับการบริหารจัดการเงินลงทุนแบบมืออาชีพ โดยจะมีผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่คัดเลือกและลงทุนในอสังหาฯ หรือหลักทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนด

5. ลงทุนรีโนเวท เพิ่มมูลค่าบ้าน-คอนโดฯ

ปิดท้ายรูปแบบการลงทุนอสังหาฯ ที่ช่วยให้นักลงทุนมือใหม่ สามารถตัดสินใจลงทุนอสังหาฯ ที่เหมาะกับความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น นั่นคือการซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด ในรูปแบบมือสองหรือมือใหม่แกะกล่อง แต่ดันถูกทอดขายในตลาดมาทำการตกแต่งให้สวย เป็นสไตล์ต่างๆ ตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งรูปแบบการลงทุนนี้จะเน้นลงทุนต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนสูง


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ลงทุนอสังหาด้วยกองทุน

ลงทุนอสังหาด้วยกองทุน


เชื่อว่าหลายคน มีความคิดที่อยากมีอสังหาริมทรัพย์ เป็นของตัวเองบ้าง เพราะสามารถสร้างรายได้ จากการเก็งกำไร หรือเก็บเงินค่าเช่ารายเดือน รายปี คิดว่าลงทุนแล้วเหมือนเป็นเสือนอนกิน แต่หลายคนกับคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ และทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละ เพราะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นเรื่องของคนรวยเท่านั้น ที่จะต้องมีเงินเยอะๆ ก่อนที่จะใช้ในการซื้อที่ดิน ซื้ออาคาร หรือคอนโด ที่มีราคาสูงมากหลายร้อย หลายพันล้านบาท คิดว่าไม่มีทางที่มนุษย์เงินเดือนตาดำๆ เงินเดือนไม่ได้สูงมากขนาดนั้น แม้จะพอมีเงินสำหรับใช้ลงทุนอยู่บ้าง จะสามารถลงทุนในอสังหาฯ ราคาแพงได้จริง การมองหาทางเลือกอื่น มาเสริมเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น อีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว นั่นคือ ลงทุนอสังหาด้วยกองทุน นั่นเอง ซึ่งเป็นกลุ่มกองทุนที่จะแปลง ‘ค่าเช่า’ กลับมาในรูปของ ‘เงินปันผล’ ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อปล่อยกินค่าเช่านั้นให้ผลตอบแทนที่ดี และที่สำคัญ ยังสามารถปรับขึ้นค่าเช่าได้ตาม ‘อัตราเงินเฟ้อ’ ที่ปรับตัวสูงขึ้นได้อีกด้วย หากดู ‘อัตราเงินปันผล’

รู้จัก 3 ประเภท “กลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์”

เมื่อรู้แล้วว่า “กลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์” น่าสนใจในฐานะเป็นแหล่งในการสร้าง Passive Income ที่ดีให้กับนักลงทุนได้ คราวนี้..ก็มาดูว่า รูปแบบของกองทุนในกลุ่มนี้มีอะไรกันบ้าง? ปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  • กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) เป็นรูปแบบดั้งเดิมของกองทุน ที่มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่ถือกำเนิดมาในอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทย มีการลงทุนซื้อ หรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เช่น อาคาร สำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า สนามบิน เป็นต้น เน้นบริหารทรัพย์สิน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ หรือที่เรียกกันว่า “ค่าเช่า” ซึ่งปัจจุบันไม่มีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) กองใหม่เปิดเพิ่มแล้ว แต่กองทุนเดิมยังมีการซื้อ-ขายกันอยู่ในกระดานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • ทรัสต์เพื่อลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust) ซึ่งบางคนจะเรียกว่า ‘กองรีท’ (REITs) หรือ ‘กองทรัสต์’ (TRUST) นั่นเอง เป็นกองทุนที่มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นรูปแบบปัจจุบัน มีความคล้ายกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) แต่มีข้อดีที่ต่างออกไปคือ กองรีท (REITs) จะช่วยลดข้อจำกัด และกฎเกณฑ์การลงทุนต่างๆ มากขึ้น ทำให้ REITs สามารถเปิดกว้าง และเพิ่มโอกาสการลงทุนที่มากกว่า เช่น สามารถลงทุนในทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศได้ ให้กู้ยืมเงินเพื่อนำมาลงทุนเพิ่มได้ หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างไม่เสร็จได้อีกด้วย เป็นต้น
  • กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund: IFF) หรือที่เรียกกันว่า ‘กองทุนอินฟราฟันด์
  • (Infra Fund)’ เป็นรูปแบบกองทุนรวม ที่โฟกัสการลงทุนไปที่สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานทั้งของ ‘ภาครัฐ’ และ ‘เอกชน’ เป็นสำคัญ ซึ่งจะเป็นสินทรัพย์ ที่ช่วยในการขับเคลื่อนการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์สาธารณะในวงกว้างของประเทศไทย เพื่อให้เศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศมีการเติบโตในระยะยาว
  • เช่น โรงไฟฟ้า ระบบโทรคมนาคม และการสื่อสาร ถนน ทางพิเศษ ทางสัมปทาน เป็นต้น

ทำไมต้อง ลงทุนอสังหาด้วยกองทุน

1-ใช้เงินไม่มาก

ข้อดีอันแรกเลยคือ ใช้เงินลงทุนไม่เยอะ เมื่อเทียบกับลงทุนอสังหาฯ โดยตรง บอกไว้เลยว่าการ ลงทุนอสังหาด้วยกองทุน ซึ่งเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินแค่ไม่กี่ร้อยบาท ก็เป็นเจ้าของได้แล้ว แถมยังให้ผลตอบแทนดี เมื่อเทียบกับเงินลงทุน

2-เสี่ยงน้อยกว่าลงทุนเอง

เพราะกองทุนนั้น มีผู้เชี่ยวชาญคอยจัดการให้ทั้งหมด แต่ถ้าเราลงทุนในห้องชุด หรือคอนโด โดยตรงด้วยตนเอง แน่นอนว่าเราต้องหาคนเช่าด้วยตนเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ใช่ว่าเดี๋ยวนี้ลงทุนอสังหาฯ โดยตรงแล้วจะเป็นเสือนอนกิน ต้องเจอกับความเสี่ยงในการปล่อยเช่าถ้าทำเลไม่ดีจริง ไหนจะวุ่ยวายกับค่าบริหารจัดการ ค่าซ่อมแซมต่างๆ อีก ทั้งการลงทุนผ่านกองทุน เราสามารถดูตรวจสอบราคาย้อนหลังได้อย่างง่ายดาย

3-มีสภาพคล่องสูง

หากเราลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ แล้วเกิดเปลี่ยนใจย้ายเงินไปลงทุนด้านอื่น หรืออยากเลิกลงทุนขึ้นมา ก็ซื้อง่ายขายคล่อง เพราะกองทุนอสังหาฯ นั้นซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ แต่ถ้าเราลงทุนในอสังหาฯ โดยตรง แต่เกิดเปลี่ยนใจการจะหาคนมาซื้อต่อได้ยาก ซึ่งกองทุนอสังหาฯ มีให้เลือกกันถึง 3 แบบด้วยกัน ทั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และกองรีท นั้นเป็นการลงทุนระยะยาว เน้นให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ มากกว่าจะเป็นการแสวงหาผลกำไร ในระยะสั้นนะ ก่อนจะตัดสินใจลงทุนวางแผนให้ดีซะก่อนน้า


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

เตรียมตัวก่อนลงทุนอสังหา เพื่อผลตอบแทนตามที่เราต้องการ

การจะลงทุนอะไรซักอย่าง เราจำเป็นต้องมีการ เตรียมตัว ในอสังหาก็เหมือนกัน ก่อนลงทุนเราก็ต้องเตรียมตัว ไม่ว่าจะเป็นการ เช็คความพร้อมของเรา ความเข้าใจในอสังหาของเรา และเป้าหมายในการลงทุน เพื่อผลตอบแทนตามที่เราต้องการ เราจึงต้อง เตรียมตัวก่อนลงทุนอสังหา

มีจุดมุ่งหมายในการลงทุนที่ชัดเจน ว่าเราลงทุนเพื่ออะไร

เป้าหมายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีได้หลายแบบ เช่น เพื่อสร้างกระแสเงินสดในระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ โดยการปล่อยเช่า บ้าน คอนโด โกดัง หอพัก สนามฟุตบอล สำนักงาน พื้นที่ให้เช่า ตลาดนัด ให้เช่าพื้นที่หน้าบ้าน หรือ เพื่อเก็งกำไรด้วยการซื้อมา ขายไป เช่น การซื้อขายที่ดิน การซื้อขายใบจองคอนโด ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป้าหมายการลงทุนที่ต่างกันย่อมมีหลักการในการตัดสินใจที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นหลักการในการเลือกทรัพย์สิน หรือจังหวะในการขายทำกำไร เช่น การซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่ามักเป็นการซื้อทำเล เพราะแน่นอนว่าทำเลที่ดี ใกล้สถานีรถไฟฟ้า มีสิ่งแวดล้อมที่ดีย่อมทำให้เราปล่อยเช่าได้ง่ายหากเป็นการซื้อที่ดินเพื่อปล่อยขายอาจมองว่าเป็นการซื้ออนาคต เราอาจจะต้องมองการณ์ไกล ซื้อที่ดินในทำเลที่คาดว่าจะมีราคาสูงขึ้น โดยซื้อในราคาถูก แล้วถือไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อปล่อยขายในราคาที่สูงกว่า ส่วนนักลงทุนที่ซื้อขายใบจอง เช่น คอนโด ต้องให้ความสำคัญกับทำเลและโครงการ รวมถึงตำแหน่งห้องที่มั่นใจว่าจะเป็นที่ต้องการของลูกค้า เพราะหากขายใบจองไม่ได้ทันกำหนดเวลาโอน ก็จะทำให้ขาดทุนจากการซื้อใบจอง

สำรวจตลาด

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็เหมือนกับการทำธุรกิจทุกประเภท ที่ต้องมีการสำรวจตลาด เพื่อดูอุปสงค์-อุปทาน โอกาสความเป็นไปได้ที่จะมีลูกค้ามาเช่า โดยมองจากปัจจัยภายนอกของพื้นที่อสังหาฯ ที่ต้องการลงทุน ทั้งทำเลที่ตั้ง ขนาดของที่อยู่อาศัย ความสะดวกของการเดินทางว่า ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหรือไม่ ทั้งในแง่ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่าราคาค่าเช่าในมุมมองของลูกค้า ใครจะเป็นลูกค้าที่มาเช่าทรัพย์สินของเรา เพราะแม้ว่าเราจะพบอสังหาริมทรัพย์ชิ้นงาม เช่น คอนโด กลางเมืองติดรถไฟฟ้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่โดยรอบ เช่น ศูนย์การค้า ตลาดสด โรงพยาบาล โรงเรียน ฯลฯ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าคอนโดที่ลงทุน จะมีคนมาเช่าตามที่ต้องการ แล้วคนที่มาเช่าจะเป็นใคร ทำงานที่ไหน เดินทางอย่างไร มีชีวิตประจำวัน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างไร รายได้เท่าไหร่ที่จะสามารถจ่ายค่าเช่าห้องให้คุณได้ เนื่องจากการการลงทุนอสังหาฯ ไปแล้ว แต่กลับไม่มีผู้เช่า หรือซื้อต่อเลย สิ่งที่คิดว่าจะเป็นรายได้กลับกลายมาเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับคุณเอง เพราะนอกจากที่ต้องเสียค่าผ่อนธนาคารเองไปในแต่ละเดือนแล้ว ยังมีต้องเสียค่าซ่อมบำรุงอื่นๆ รวมถึงส่วนกลางเองทั้งหมด แทนที่จะมีผู้เช่าเป็นผู้จ่ายค่างวดให้ทุกเดือน 

ความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์

ปัญญาประดุจดังอาวุธ การจะทำสิ่งใดให้ประสบความสำเร็จ เราจำเป็นจะต้องมีความรู้ในด้านนั้น ๆ ครับ โดยความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ควรมี เช่น

1-เข้าใจสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์วัฏจักรอสังหาริมทรัพย์ (เฟื่องฟู ชะลอตัว ตกต่ำ ฟื้นตัว) ความสัมพันธ์ของอุปสงค์ อุปทานในตลาด ผลกระทบจากดอกเบี้ย รู้สถานการณ์แนวโน้มของตลาด คอยติดตามข่าวสารที่มีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจสำหรับจังหวะในการซื้อ-ขาย

2-ความรู้ในการหาทรัพย์สินรู้ว่าจะหาทรัพย์สินได้จากที่ใด เช่น หาทรัพย์สินมือสองจากการประมูลทรัพย์กรมบังคับคดี ทรัพย์สินรอการขายของธนาคาร

3-ความรู้ในการเลือกทรัพย์สินเช่น การเลือกห้อง คุณภาพดี ทำเลดี สามารถวิเคราะห์คาดการณ์ทำเลอนาคต รวมถึงสามารถตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์สินได้ เช่น ความถูกต้องของโฉนด ใบอนุญาต ตรวจสอบอาคาร แนวเวนคืน

4-ข้อมูลเบื้องต้นด้านภาษีและการเงินเช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าภาษีธุรกิจจำเพาะ มาตรการลดหย่อนภาษี รวมถึงความรู้ด้านการเตรียมการกู้เงิน วงเงินกู้ การเลือกดอกเบี้ย การผ่อน การ Refinance เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ทางดอกเบี้ยที่ดีที่สุด

5-ความรู้ในธุรกิจที่จะทำเช่น การทำหอพักให้เช่า ทำอย่างไรลูกค้าจึงจะมาใช้บริการ ควรกำหนดค่าเช่าไว้ที่เท่าไหร่ รู้จักกลุ่มลูกค้า รู้จักคู่แข่ง

รู้นิสัยตัวเอง

เลือกการลงทุนที่เหมาะกับนิสัยตัวเอง การลงทุนแต่ละประเภทต้องการวิธีบริหารที่แตกต่างกัน เช่น การปล่อยเช่า ย่อมมีภาระในการบริหาร ไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้า การซ่อมแซม ปรับปรุงทรัพย์สินให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ รวมถึงการแก้ปัญหาจากพฤติกรรมผู้เช่า ส่วนการซื้อมา ขายไป นักลงทุนควรจะมี Connection ดี เพราะการซื้อขายที่ดินส่วนใหญ่จะอยู่ในแวดวงที่จำกัด จะลงทุนระยะยาวทั้งทีควรเลือกการลงทุนที่ทำแล้วเรามีความสุขจะดีกว่านะครับ

รู้แหล่งเงินทุน

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนสูง ใครที่มีเงินเย็นอาจเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร ส่วนใครที่ใช้เงินกู้อาจซื้อเพื่อปล่อยเช่า หากคุณติดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน หรือเครดิตทางการเงินไม่ดี อาจทำให้ต้องชะงักการลงทุน เพราะการอนุมัติสินเชื่อล่าช้าออกไป เพื่อสะสางปัญหาทางการเงินเก่าๆ ซึ่งนั่นหมายถึงการพลาดโอกาสเพราะมีคนอื่นมาซื้อตัดหน้าอสังหาทรัพย์ที่เล็งไว้ ทำให้เสียทั้งเวลาและโอกาสที่จะสร้างกำไรในอนาคต

สำหรับการลงทุนเพื่อปล่อยเช่านอกจากภาระในการผ่อนเงินแต่ละเดือนแล้ว อย่าลืมคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ด้วยครับ เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าดูแลรักษา ค่าการตลาดในกรณีที่ต้องหาผู้เช่า

สรุป เตรียมตัวก่อนลงทุนอสังหา

ในการ เตรียมตัวก่อนลงทุนอสังหา นั้นเป็นเพียงส่วนหนึงของกานลงทุน ยิ่งเราศึกษาและ เตรียมความพร้อมได้มากแค่ไหน เราก็มีโอกาศที่จะประสบความสำเร็จได้มากเท่านั้น แต่ทุกสิ่งนั้นก็ต้องเริ่มลงมือทำ


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ลงทุนอสังหาฯ 5ประเภท ที่นักลงทุนควรรู้ ก่อนการลงทุน

ก่อนจะเป็นนักลงทุนมืออาชีพได้ ทุกคนต้องเคยเป็นนักลงทุนมือใหม่มาก่อน และนักลงทุนท่านใด ที่คิดจะร่ำรวยด้วยอสังหาฯ ไม่ว่าจะบ้าน หรือคอนโด แนะนำว่านอกจากจะต้องเตรียมความพร้อมทั้งสภาพการเงิน พร้อมทุ่มเทเวลาทั้งแรงกายแรงใจแล้ว ยังจำเป็นต้องทำความเข้าใจรูปแบบของการ ลงทุนอสังหาฯ 5ประเภท ให้เข้าใจ เพื่อจะได้มีเป้าหมายที่ชัดเจน และลงทุนได้ทุกต้องตรงจุด

1. ลงทุนแบบเก็งกำไร

เรียกว่าเป็นรูปแบบการลงทุนยอดนิยม ของนักลงทุนมือใหม่ เพราะเป็นการลงทุน ที่ให้ผลตอบแทนที่เร็วที่สุด โดยการลงทุนที่ดี ควรจะสามารถทำกำไรได้เลย นับตั้งแต่ตอนซื้อ หรือต้องแน่ใจว่า จะสามารถทำกำไรได้แน่นอน หากเราซื้อแล้วต้องการปล่อยขายในทันที จะต้องมีคนรอซื้อต่อ และได้กำไรด้วย เช่น การซื้อคอนโดราคาถูก หรือการซื้อในราคาต่ำกว่าตลาด ที่ดีที่สุด ควรได้ราคาต่ำกว่าตลาดอย่างน้อย 15 – 20% ยิ่งต่ำมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้โอกาสในการทำกำไรได้มีมากขึ้น ซึ่งอาจจะใช้วิธีการซื้อคอนโดจากผู้ขาย ที่มีความจำเป็นต้องรีบขาย ทั้งขายห้องคอนโด ขายใบจอง หรือขายดาวน์ ที่จำเป็นต้องขายจริงๆ รีบใช้เงิน ก็จะทำให้เรามีอำนาจต่อรอง สามารถซื้อคอนโดมาทำกำไรได้ในราคาต้นทุนที่ถูกลง

การเก็งกำไรใบจอง เป็นอีกวิธีในการเก็งกำไร ท่านที่คิดจะแสวงหากำไรด้วยวิธีการขายใบจองคอนโด เพราะใช้เงินลงทุนน้อย และได้ผลตอบแทนเร็ว อาจเป็นรูปแบบที่นักลงทุนมือใหม่สับสน และงงว่ารูปแบบการเก็งกำไรเช่นนี้คืออะไร ต้องทำอย่างไรบ้าง

  • เป็นการลงทุนใบจองคอนโด ในระยะเวลาอันสั้น หลังจากโครงการเปิดให้จองคอนโดวันแรก ส่วนใหญ่นิยมขายใบจองในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน เพื่อไม่ต้องแบกรับภาระการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ตนเองได้จองไว้
  • เงินลงทุนในการซื้อใบจองอยู่ที่ 50,000 – 100,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโครงการ
  • ทำเลของโครงการคอนโด ที่เลือกซื้อใบจอง เพื่อให้ปล่อยง่าย และได้กำไรสูง มักอยู่ในย่านชุมชน ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งงาน ซึ่งมีความต้องการสูง

ข้อแนะนำ: รูปแบบการเก็งกำไร จำเป็นต้องศึกษาเรื่องความต้องการของผู้ซื้อ รวมถึงจำนวนบ้าน ที่อยู่อาศัย คอนโด หรือคู่แข่งของเราในบริเวณนั้น รวมไปถึงเรื่องของทำเลที่ตั่งของอสังหา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเก็งกำไรนั้น จะให้ผลตอบแทนที่รวดเร็ว ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

2. ลงทุนปล่อยเช่ารายเดือน หรือรายวัน

อีกหนึ่งประเภทของการลงทุน ที่ได้รับความนิยมในวงการนักลงทุนอสังหาฯ เนื่องจากสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นเสือนอนกินได้เลยทีเดียว ทั้งนี้การเป็นนักลงทุนประเภทนี้ อาจต้องมีเงินเย็น หรือเงินเก็บสักก้อน ในการลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต ประกอบกับจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้ในการเลือกซื้ออสังหาฯ อย่าง คอนโด บ้าน หรือแม้แต่ที่ดิน เพื่อปล่อยเช่าเป็นรายเดือน โดยนักลงทุน สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ตกแต่งห้อง หรืออสังหาฯ หรือรับฟังความต้องการจากผู้เช่า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้อสังหาฯ ที่ปล่อยเช่าอีกทาง

ข้อแนะนำ: สำหรับการลงทุนอสังหาแบบรายวัน มีความคล้ายคลึงกับรายเดือน คือนักลงทุนสามารถเป็นเสือนอนกินได้เช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างตรงที่รูปแบบของการปล่อยเช่ารายวัน นั้นจะเหมาะกับอสังหาฯ ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เช่น อารีย์ พญาไท หรือแม้แต่ในต่างจังหวัดอย่าง พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ เนื่องจากตั้งอยู่ในย่านที่มีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจำนวนมาก และมีผู้คนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาตลอด ดังนั้นนักลงทุนอสังหา จึงสามารถใช้โอกาสนี้ในการตกแต่งอาคารพาณิชย์ บ้าน หรือแม้แต่คอนโด ให้กลายเป็น ห้องเช่า หรือ หอพัก ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มนักเดินทาง ในการค้นหาห้อง หรือบ้านพัก สำหรับไปเยือนประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ในราคาย่อมเยากว่าโรงแรม

3. นายหน้าอสังหาฯ

เรียกได้ว่ารวยด้วยอสังหาฯ ได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องลงทุนอะไรมากสำหรับการเป็นนายหน้าอสังหาฯ เพียงแค่ต้องสร้างสังคม มีคนรู้จักในวงการอสังหาฯ พอสมควร และยังต้องรู้จักการใช้วาทะศิลป์พูดโน้มน้าวไปพร้อมกับการทำการตลาดยุคใหม่ไปพร้อมกันๆ โดยปกติแล้วการเป็นนายหน้าอสังหาฯ มีหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางเชื่อมโยงความต้องการระหว่างเจ้าของอสังหาฯ และผู้ซื้อ ซึ่งหากการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นไปด้วยดี นายหน้าอสังหาฯ จะได้ค่าส่วนต่างประมาณ 3% หรือคิดง่ายๆ ล้านละ 30,000 บาท โดยจะได้รับค่าส่วนต่างในวันที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้ทำธุรกรรมต่างๆ ณ กรมที่ดิน

4. ลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ รวยง่ายๆ แบบไม่ต้องปวดหัว

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กลัวภาวะต้องเผชิญหน้ากับการขาดทุน อีกทั้งรูปแบบของการลงทุนกับกองทุนอสังหาฯนั้น สามารถลงมือทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับนักลงทุนทุกเพศทุกวัย และสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแค่มีเงินหลักพันก็สามารถซื้อกองทุนรวมอสังหาฯ ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาวได้แล้ว แถมยังได้รับการบริหารจัดการเงินลงทุนแบบมืออาชีพ โดยจะมีผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่คัดเลือกและลงทุนในอสังหาฯ หรือหลักทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อแนะนำ: ปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาฯ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6-10% พร้อมทางเลือกที่เปิดกว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ เป็นต้น โดยหลังจากกองทุนอสังหาฯ บริหารและได้รับค่าเช่าจากการลงทุนแล้ว กองทุนอสังหาฯจะดำเนินการหักค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมการบริหารก่อนนำรายได้แบ่งเป็นเงินปันผลให้กับนักลงทุน

5. ลงทุนรีโนเวท เพิ่มมูลค่าบ้าน-คอนโดฯ

ปิดท้ายรูปแบบการลงทุนอสังหาฯ ที่ช่วยให้นักลงทุนมือใหม่ สามารถตัดสินใจลงทุนอสังหาฯ ที่เหมาะกับความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น นั่นคือการซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด ในรูปแบบมือสองหรือมือใหม่แกะกล่อง แต่ดันถูกทอดขายในตลาดมาทำการตกแต่งให้สวย เป็นสไตล์ต่างๆ ตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งรูปแบบการลงทุนนี้จะเน้นลงทุนต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนสูง

ข้อแนะนำ: นักลงทุนบางคนเลือกที่จะซื้ออสังหาฯ มาตกแต่งจากการประมูลกรมบังคับคดี หรือทรัพย์สินรอการขายจากสถาบันการเงิน โดยอสังหาฯ นั้นไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด มักอยู่ในทำเลที่ถือว่าพอใช้ โครงสร้างยังแข็งแรง แต่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด

ในการ ลงทุนอสังหาฯ 5ประเภท นั้นเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการลงทุนเท่านั้น ผู้ที่สนใจในการลงทุนจำเป็นต้องศึกษาในตัวอสังหาฯ นั้นในดีก่อนการลงทุน เพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งคอนโด และตอบโจทย์ด้านการอยู่อาศัย

คอนโดมิเนียม เป็นที่อยู่ยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ แต่ด้วยขนาดของห้องที่ค่อนข้างจำกัด การ เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งคอนโด ให้สวยงามดั่งห้องในฝันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคอนโดห้องเล็กๆ จะไม่สามารถตกแต่งให้สวยได้ เพียงแค่เลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ถูกชิ้น แม้ห้องจะเล็ก แต่รับรองว่าทั้งสวย และตอบโจทย์ด้านการอยู่อาศัยแน่นอน

เฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in ตอบโจทย์เรื่องประหยัดพื้นที่

เฟอร์นิเจอร์แบบบิลท์อินถือเป็นรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ยอดฮิตที่มักใช้ในการตกแต่งห้องคอนโด ซึ่งเจ้าของสามารถเลือกออกแบบสไตล์ได้เองตามใจชอบ รวมไปถึงเรื่องการประหยัดเนื้อที่ในห้อง เพราะเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินที่ออกแบบมาเพื่อห้องๆ นั้นโดยเฉพาะ จะเข้ากับเหลี่ยมมุมของห้องได้เป็นอย่างดี ไม่มีพื้นที่เหลือจากความไม่ลงตัว ถือเป็นการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ แถมยังช่วยให้ห้องเป็นระเบียบ เหมาะกับห้องคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด แต่ข้อเสีย คือ การออกแบบและสั่งทำเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และกินเวลานาน ใครอยากทำเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินก็ควรวางแผนให้ดีทั้งเรื่องระยะเวลา เงินทุน และผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้

เฟอร์นิเจอร์แบบติดล้อ เคลื่อนย้ายได้ดั่งใจ ใช้งานได้หลากหลาย

เฟอร์นิเจอร์แบบติดล้อ ไม่ว่าจะเป็นตู้เก็บของ เก้าอี้ โต๊ะ หรือชั้นวาง จะเคลื่อนย้ายได้ง่าย สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทำให้คุณไม่ต้องเปลืองเงินซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น ช่วยให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น โต๊ะแบบมีล้อ สามารถย้ายไปยังพื้นที่ทำงานเพื่อใช้เป็นโต๊ะเขียนหนังสือ หรือจะย้ายมาข้างเตียงเพื่อใช้เป็นโต๊ะวางโน๊ตบุ๊กนอนดูหนังสบายๆ หรือจะย้ายไปโซนครัวเพื่อใช้เป็นโต๊ะกินข้าวก็ง่ายดายไม่เปลืองแรงยก

เฟอร์นิเจอร์แนวตั้ง ยิ่งสูง ยิ่งดี

แม้ห้องคอนโดจะมีขนาดเล็ก แต่ส่วนใหญ่จะออกแบบให้มีเพดานห้องสูง ซึ่งหากคุณเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์กว้างๆ ชิ้นใหญ่ๆ จะทำให้ทางเดินภายในห้องแคบลง เราจึงแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้เฟอร์นิเจอร์ทรงสูง เช่น ชั้นวางของทรงสูง หรือเลือกเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแบบติดผนัง จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้ ทั้งยังเหลือที่ให้เดินหรือทำกิจกรรมอื่นๆ อีกด้วย

เฟอร์นิเจอร์พับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่ แถมตอบโจทย์คนขี้เบื่อ

อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์เรื่องประหยัดพื้นที่ และเหมาะกับคนขี้เบื่อที่ชอบจัดห้องใหม่ นั่นก็คือ เฟอร์นิเจอร์ที่พับเก็บได้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะพับ เก้าอี้พับ ที่สามารถพับเก็บแล้วค่อยนำออกมากางเมื่อต้องการใช้งาน จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้มาก

โต๊ะอเนกประสงค์

โต๊ะอเนกประสงค์ หรือ Escala Desk อาจยังไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูผู้คนในบ้านเราเท่าใดนัก แต่ในต่างประเทศเจ้าโต๊ะตัวนี้ได้รับความนิยมแบบสุดๆ เพราะด้วยความที่ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะร่วมกันของโต๊ะทำงานและชั้นวางของ จึงทำให้เราสามารถใช้งานทั้งวางข้าวของประดับห้องไปพร้อมๆ กับการเป็นโต๊ะทำงานได้ในคราวเดียว

Daybed

Daybed คือ โซฟาชนิดหนึ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างอิสระ ทั้งนี้หากเรามีงบประมาณการแต่งห้องที่จำกัด การเลือกโซฟา Daybed ก็ช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบครึ่ง เพราะมันสามารถใช้เป็นที่นั่งได้ในเวลากลางวันและกางออกมาเป็นที่นอนได้ในเวลากลางคืน

Parsons Desk

Parsons Desk เป็นโต๊ะขนาดเล็กที่แฝงไว้ด้วยฟังก์ชั่นสารพัดประโยชน์ ซึ่งเราสามารถใช้ Parsons Desk เป็นทั้งโต๊ะนั่งทำงาน อ่านหนังสือ เล่นคอมพิวเตอร์ หรือรับประทานอาหารได้โดยไม่ต้องมีโต๊ะหลายๆ ตัวไว้ให้เปลืองพื้นที่อีกด้วย

เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งคอนโด ตามสไตล์

สไตล์มูจิ

สไตล์มูจิ หรือ “เจแพนนีสสไตล์” นั่นเอง การตกแต่งสไตล์นี้จะเน้นใช้โทนสีอ่อน ทำให้เราคอนโทรลสีการแต่งได้ง่าย ช่วยทำให้บ้านอบอุ่นสบายตาขึ้นมาทันทีเลย เฟอร์นิเจอร์จะเน้นเป็นไม้ เพราะญี่ปุ่นมักจะเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ ส่วนดีไซน์ก็แบบเรียบง่าย ไม่ต้องมาเป็นแกะสลักบาโร้คอะไรแบบนี้อย่าเด็ดขาด ญี่ปุ่นจะเน้นความเรียบง่าย มีม่านสีขาวบางๆ ที่แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ แล้วอย่าลืมที่จะหาซื้อของตกแต่งดีไซน์น่ารักมาเสริม ก็จะช่วยเติมเต็มให้บ้านน่ารักขึ้นอีกเยอะเลย ใครที่เป็นสาวกมินิมัลก็ สไตล์นี้แหละเข้ากับคุณที่สุด

สไตล์Rustic

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นหูกับสไตล์นี้ สไตล์นี้จะมีความ Country อยู่ อารมณ์ก็อบอุ่นสบายตา เพราะว่าสไตล์ Rustic เค้าเน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆ สีก้อเข้มอ่อนได้เลยย แต่จะแนะนำให้มีความเข้มของสีนิดนึง เพราะมันจะมีความดิบๆ ของไม้มากกว่าสีอ่อน จะได้อารมณ์ความเป็น American country style สไตล์นี้เน้นธรรมชาติอย่างเปลือยๆ ยิ่งดิบยิ่งเท่ อย่างสีของผนังจะเป็นสีขาวหรือปูนเปลือยก็ได้

ถ้าเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกมันดิบมากๆ แนะนำเป็นผนังสีขาวเพราะจะยิ่งทำให้เฟอร์นิเจอร์ของคุณดูโดดเด่นขึ้นอีก ใครที่รักธรรมชาติรักความสงบอบอุ่น สไตล์นี้ก็จะเหมาะกับคุณ

อย่าลืมว่าต้องหาต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับมาไว้ในบ้านด้วย ลดความแข็งของเฟอร์นิเจอร์ แล้วเพิ่มความนุ่มนวลด้วยไม้ประดับ

สไตล์ Industrial loft

สไตล์นี้ได้รับความนิยมแย่างมาก ดูได้จากคาเฟ่ๆ สวยๆ ชิคๆ ส่วนใหญ่ก็การตกแต่งแนวนี้ และง่ายต่อการทำให้โดดเด่นไม่ซ้ำใครอีกด้วย อย่างที่รู้กันว่าสไตล์อินดัสเทรียล ลอฟท์ มีจุดเริ่มต้นมาจากโรงงานหรือโกดังในสมัยก่อน โทนสีก็นิยมเป็น “น้ำตาล ขาว เทา ดำ ในการตกแต่งซึ่งสีพวกนี้เป็นสีที่แทนมาจาก อิฐ ไม้ ปูน เหล็ก นั่นเอง ฉะนั้นแล้วสไตล์การตกแต่งแนวนี้ก็จะเป็นแนวโปร่งๆ โครงบ้านก็จะเป็นเหล็ก ผนังอิฐเปลือย นี่เห็นได้เกลื่อนเลยที่สไตล์นี้ต้องมี มันจะเพิ่มความทันสมัยมีสไตล์เข้ามาได้เยอะเลย เฟอร์นิเจอร์ก็เลือกจากหลายหลายวัสดุได้เลย ไม่ว่าจะเป็นไม้ เป็นเหล็ก เพราะเป็นเสน่ห์ที่สื่อถึงสไตล์นี้ได้เป็นอย่างดี

อีกอย่างที่เติมเต็มก็คือการแขวนสิ่งของจากเพดาน จะเป็นการแขวนต้นไม้ แขวนโคมไฟ ก็มาประยุกต์ใช้กับสไตล์นี้ได้ ต้องมีอารมณ์ความเป็นศิลปินนิดนึงกับการแต่งบ้านสไตล์นี้ ถ้าหลงไหลกับความเท่ละก็ “สไตล์อินดัสเทรียล ลอฟท์” นี่แหละตอบโจทย์

สไตล์ vintage

ย สไตล์นี้ต้องเป็นความชอบส่วนบุคคลจริงๆ ไม่ใช่ว่าใครอยากจะทำก็ทำ เพราะเสน่ห์ของวินเทจคือการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ “เก่าแต่เก๋า”คงใช้ได้กับสไตล์นี้เท่านั้น เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งมีเรื่องราวของกาลเวลาติดมาด้วย เป็นความทรงจำจากยุคสู่ยุค การเลือกเฟอร์นิเจอร์ก็หากใครมีใจรักในความย้อนยุคแบบออริจินัล ก็คงจะต้องไปเสาะแสวงหาเฟอร์นิเจอร์มือสองที่ถูกใจ ความชอบสไตล์ก็แล้วแต่รสนิยมส่วนตัวเลย เพราะมันมีแค่อย่างละชิ้น แต่ถ้าใครไม่อยากไปหาของมือสองแล้วละก็ เดี๋ยวนี้เค้ามีเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจที่ใช้เทคนิคขัดสีเลียนแบบของเก่า ให้อารมณ์ย้อนยุคได้ไม่แพ้กัน

ส่วนการเลือกเฟอร์นิเจอร์ แนะนำให้ทำการบ้านก่อนว่าเราอยากได้วินเทจอารมณ์ไหน ถ้าชอบสีสันเรียบง่าย ก็ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาว ครีม และเพิ่มสีสันด้วยสีด้วยสีพาสเทล จะทำให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล อาจจะเพิ่มลูกเล่นด้วยลายดอกหวานๆ ก็จะได้บรรยากาศ คลาสสิคโรแมนติค ถูกใจสาวหวานแน่นอน แต่ถ้าอยากให้มีกลิ่นอายของแฟชั่น ก็เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสัน จะช่วยสร้างความสนุกให้กับบ้านได้มากเลยทีเดียว


บทความอื่นๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com