ผ่อนคลายมาตรการ LTV หลัง ธปท. ไม่ต่ออายุ

ผ่อนคลายมาตรการ LTV หลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนคลาย มาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV

ผ่อนคลายมาตรการ LTV

ส่งผลต่อตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะส่วนของนักลงทุน และผู้ซื้อที่อยู่อาศัยกลุ่ม Real demand จากสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ในสัญญาที่ 2 หรือ 3 เป็นต้นไป โดยแบ่งผลกระทบออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

1-การตัดสินใจซื้อบ้านในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2022 กําลังเร่งตัวขึ้น และนี่เป็นจังหวะสําหรับผู้ประกอบการ ในการพัฒนากลุ่มบ้าน ที่พวกเขาสามารถนําบ้าน ที่สร้างเสร็จแล้วไปขายได้ มันสามารถกระตุ้นยอดขายที่อยู่อาศัย เพื่อระบายสินค้าคงคลัง
ก่อนที่ผู้ซื้อบ้านจะต้องชําระเงินดาวน์ 10-30% ของมูลค่าบ้านในปี 2566 น่าจะเพิ่มยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ในช่วงที่เหลือของปี 2565 โดยเฉพาะจากนักลงทุน

2-ในปี 2565 มีการซื้อบ้านชะลอตัวลง เนื่องจากภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในการชําระเงินดาวน์สูงถึง 10-30% ของราคาที่อยู่อาศัย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ซื้อบ้าน สามารถขอสินเชื่อ เพื่อซื้อสัญญาที่อยู่อาศัยครั้งแรกได้อย่างเต็มที่ แม้ว่ามาตรการจะไม่ได้รับการต่ออายุ แต่ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการซื้อที่อยู่อาศัย ที่ต้องการอสังหาริมทรัพย์ในสัญญาจํานองครั้งแรก เพราะยังสามารถขอสินเชื่อได้เต็มจำนวน
คอนโดมิเนียมราคาถูก ถึงปานกลาง ไม่เกิน 5 ล้านบาท กรุงเทพฯ และบริเวณโดยรอบ มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบ จากมาตรการไม่ต่ออายุ เนื่องจากเป็นเซ็กเมนต์ที่มักเป็นที่นิยม สําหรับการลงทุน ทั้งการเช่าและการเก็งกําไร โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 จํานวนยูนิตคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ ในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนมากกว่า 80% ของคอนโดที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด จากผู้ประกอบการที่อยู่อาศัย ในปี 2023 นักพัฒนาวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มเติมในราคาต่ำและปานกลาง

ดังนั้น การไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนคลาย LTV อาจสร้างแรงกดดันให้กับหน่วยที่อยู่อาศัยที่จะขายในอนาคต จากกลุ่มเปราะบางที่มีกําลังซื้ออาจทําให้การตัดสินใจด้านที่อยู่อาศัยล่าช้าออกไป

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com