เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน แบบคนฉลาดเลือก ที่จะทำให้บ้านของคุณน่าอยู่มากขึ้น

การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน ถือเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในช่วงนี้ เพราะอยู่ติดบ้านมากขึ้น หรือบางคนได้ฤกษ์งามยามดี ย้ายเข้าบ้าน-คอนโดใหม่ปีนี้ เลยมองหาเฟอร์นิเจอร์สวยๆ มาตกแต่ง ซึ่งนอกจากจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านจากความชอบ และดีไซน์แล้ว ยังมีอะไรที่ต้องคำนึงถึงบ้าง มาดู How to เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านแบบคนฉลาดเลือก ที่จะทำให้บ้าน-คอนโดของคุณน่าอยู่มากขึ้นในทุกวันกัน

1. เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน ตามขนาดพื้นที่ห้อง

สำหรับแบบบ้านที่มีขนาดใหญ่ แต่ละห้องพื้นที่เยอะ ก็ไม่ต้องคิดหนักเลยเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้ตามความชอบใจ แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมของห้องด้วย เช่น พื้นที่ห้องรับแขกใหญ่มาก แต่เลือกโซฟาตัวเล็กนิดเดียว ก็ทำให้ดูไม่สง่า และไม่สมกับประสิทธิภาพของพื้นที่ที่เรามีอยู่ แต่ถ้าพื้นที่ห้องเล็ก แคบ ก็ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ประหยัดพื้นที่ซักหน่อย หรือถ้าเป็นไปได้ อาจทำบิ้วท์อินเพื่อการใช้งานที่ครบถ้วน และดูเป็นที่เป็นทาง เช่นชั้นวางของในห้องนอนที่มีขนาดเล็ก ก็อาจบิ้วท์ตู้ลอยจากพื้นเพื่อไม่ให้ดูเกะกะมากนัก

2.เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน ตามสไตล์การตกแต่ง

สไตล์มูจิ

สไตล์มูจิ หรือ “เจแพนนีสสไตล์” นั่นเอง การตกแต่งสไตล์นี้จะเน้นใช้โทนสีอ่อน ทำให้เราคอนโทรลสีการแต่งได้ง่าย ช่วยทำให้บ้านอบอุ่นสบายตาขึ้นมาทันทีเลย เฟอร์นิเจอร์จะเน้นเป็นไม้ เพราะญี่ปุ่นมักจะเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ ส่วนดีไซน์ก็แบบเรียบง่าย ไม่ต้องมาเป็นแกะสลักบาโร้คอะไรแบบนี้อย่าเด็ดขาด ญี่ปุ่นจะเน้นความเรียบง่าย มีม่านสีขาวบางๆ ที่แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ แล้วอย่าลืมที่จะหาซื้อของตกแต่งดีไซน์น่ารักมาเสริม ก็จะช่วยเติมเต็มให้บ้านน่ารักขึ้นอีกเยอะเลย ใครที่เป็นสาวกมินิมัลก็ สไตล์นี้แหละเข้ากับคุณที่สุด

สไตล์Rustic

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นหูกับสไตล์นี้ สไตล์นี้จะมีความ Country อยู่ อารมณ์ก็อบอุ่นสบายตา เพราะว่าสไตล์ Rustic เค้าเน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆ สีก้อเข้มอ่อนได้เลยย แต่จะแนะนำให้มีความเข้มของสีนิดนึง เพราะมันจะมีความดิบๆ ของไม้มากกว่าสีอ่อน จะได้อารมณ์ความเป็น American country style สไตล์นี้เน้นธรรมชาติอย่างเปลือยๆ ยิ่งดิบยิ่งเท่ อย่างสีของผนังจะเป็นสีขาวหรือปูนเปลือยก็ได้

ถ้าเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกมันดิบมากๆ แนะนำเป็นผนังสีขาวเพราะจะยิ่งทำให้เฟอร์นิเจอร์ของคุณดูโดดเด่นขึ้นอีก ใครที่รักธรรมชาติรักความสงบอบอุ่น สไตล์นี้ก็จะเหมาะกับคุณ

อย่าลืมว่าต้องหาต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับมาไว้ในบ้านด้วย ลดความแข็งของเฟอร์นิเจอร์ แล้วเพิ่มความนุ่มนวลด้วยไม้ประดับ

สไตล์ Industrial loft

สไตล์นี้ได้รับความนิยมแย่างมาก ดูได้จากคาเฟ่ๆ สวยๆ ชิคๆ ส่วนใหญ่ก็การตกแต่งแนวนี้ และง่ายต่อการทำให้โดดเด่นไม่ซ้ำใครอีกด้วย อย่างที่รู้กันว่าสไตล์อินดัสเทรียล ลอฟท์ มีจุดเริ่มต้นมาจากโรงงานหรือโกดังในสมัยก่อน โทนสีก็นิยมเป็น “น้ำตาล ขาว เทา ดำ ในการตกแต่งซึ่งสีพวกนี้เป็นสีที่แทนมาจาก อิฐ ไม้ ปูน เหล็ก นั่นเอง ฉะนั้นแล้วสไตล์การตกแต่งแนวนี้ก็จะเป็นแนวโปร่งๆ โครงบ้านก็จะเป็นเหล็ก ผนังอิฐเปลือย นี่เห็นได้เกลื่อนเลยที่สไตล์นี้ต้องมี มันจะเพิ่มความทันสมัยมีสไตล์เข้ามาได้เยอะเลย เฟอร์นิเจอร์ก็เลือกจากหลายหลายวัสดุได้เลย ไม่ว่าจะเป็นไม้ เป็นเหล็ก เพราะเป็นเสน่ห์ที่สื่อถึงสไตล์นี้ได้เป็นอย่างดี

อีกอย่างที่เติมเต็มก็คือการแขวนสิ่งของจากเพดาน จะเป็นการแขวนต้นไม้ แขวนโคมไฟ ก็มาประยุกต์ใช้กับสไตล์นี้ได้ ต้องมีอารมณ์ความเป็นศิลปินนิดนึงกับการแต่งบ้านสไตล์นี้ ถ้าหลงไหลกับความเท่ละก็ “สไตล์อินดัสเทรียล ลอฟท์” นี่แหละตอบโจทย์

สไตล์ vintage

ย สไตล์นี้ต้องเป็นความชอบส่วนบุคคลจริงๆ ไม่ใช่ว่าใครอยากจะทำก็ทำ เพราะเสน่ห์ของวินเทจคือการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ “เก่าแต่เก๋า”คงใช้ได้กับสไตล์นี้เท่านั้น เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งมีเรื่องราวของกาลเวลาติดมาด้วย เป็นความทรงจำจากยุคสู่ยุค การเลือกเฟอร์นิเจอร์ก็หากใครมีใจรักในความย้อนยุคแบบออริจินัล ก็คงจะต้องไปเสาะแสวงหาเฟอร์นิเจอร์มือสองที่ถูกใจ ความชอบสไตล์ก็แล้วแต่รสนิยมส่วนตัวเลย เพราะมันมีแค่อย่างละชิ้น แต่ถ้าใครไม่อยากไปหาของมือสองแล้วละก็ เดี๋ยวนี้เค้ามีเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจที่ใช้เทคนิคขัดสีเลียนแบบของเก่า ให้อารมณ์ย้อนยุคได้ไม่แพ้กัน

ส่วนการเลือกเฟอร์นิเจอร์ แนะนำให้ทำการบ้านก่อนว่าเราอยากได้วินเทจอารมณ์ไหน ถ้าชอบสีสันเรียบง่าย ก็ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาว ครีม และเพิ่มสีสันด้วยสีด้วยสีพาสเทล จะทำให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล อาจจะเพิ่มลูกเล่นด้วยลายดอกหวานๆ ก็จะได้บรรยากาศ คลาสสิคโรแมนติค ถูกใจสาวหวานแน่นอน แต่ถ้าอยากให้มีกลิ่นอายของแฟชั่น ก็เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสัน จะช่วยสร้างความสนุกให้กับบ้านได้มากเลยทีเดียว

3.เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน ตามการใช้งาน

เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน บางชิ้นมีไว้โชว์ เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นมีไว้ใช้ เพราะฉะนั้นนอกจากดีไซน์สวยแล้วยังต้องใช้ประโยชน์ได้จริง ตอบโจทย์คุณและสมาชิกในครอบครัว เช่น

ห้องรับแขก/ห้องนั่งเล่น

เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือโซฟาและเก้าอี้ ลำดับแรกคือการเลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง ถ้าห้องพื้นที่น้อย การใช้โซฟาแบบสองที่นั่งจะประหยัดพื้นที่และสะดวกต่อการนั่งสนทนาตั้งแต่ 2 คน อาจใช้เก้าอี้เสริมที่ยกเก็บได้ในเวลาที่แขกมาเยอะ โซฟาขนาดสามที่นั่งน่าจะเหมาะกับห้องที่มีพื้นที่พอสมควร ส่วนการกำหนดความสูงเตี้ยของโซฟานั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ และรสนิยมของเจ้าของบ้าน ก่อนซื้อควรมีการทดลองนั่งก่อนว่าสบายถูกใจหรือไม่

โต๊ะ ต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการใช้เสียก่อน เช่น หากเลือกเป็นโต๊ะอาหารนั้น ควรมีความสูงประมาณ 724 มม. และเก้าอี้ต้องมีความสูงรับกันพอดี ส่วนโต๊ะเตี้ยที่วางใกล้โซฟา หรือเก้าอี้นั้นจะต้องรู้ว่าจะใช้ทำอะไร เช่น วางโคมไฟ ที่เขี่ยบุหรี่ หรือวางถ้วยกาแฟ เป็นต้น แล้วเลือกให้มีความสูงที่เหมาะสม นอกจากนี้

ถ้าเลือกเก้าอี้ไม่มีเท้าแขน การเลือกโต๊ะที่มาเข้าคู่ อาจเตี้ยระดับเบาะรองนั่งได้ แต่ถ้ามีเท้าแขน โต๊ะก็ควรอยู่ต่ำกว่าเท้าแขนประมาณ 1-2 นิ้วเพื่อความสะดวกในการหยิบของหิ้งและชั้นเก็บของ ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าว่าเราต้องใช้เก็บอะไรบ้าง และต้องเก็บมากเท่าไร และสามารถดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานได้หรือไม่ อาจซื้อตู้เป็นแบบลอยตัวมาตั้งไว้ หรือบิ้วท์ตู้ให้ดูเรียบร้อยไปเลย ตามแต่ความชอบของแต่ละคน

ห้องรับประทานอาหาร

เป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวใช้งานกันพร้อมหน้าพร้อมตา เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้จึงต้องจัดให้มีความเหมาะสมเพื่อรองรับทุกคนในบ้านได้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือจำนวนที่นั่ง เพราะจะส่งผลถึงขนาดเก้าอี้และโต๊ะที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง สำหรับเก้าอี้ เมื่อเลือกขนาดได้แล้วควรทดลองนั่งดูก่อน ความสูงของเก้าอี้ควรจะพอเหมาะที่จะทานอาหารบนโต๊ะได้อย่างสะดวก มีพนักที่ไม่เอนมากเกินไป หากเก้าอี้เป็นคนละเซ็ตกับโต๊ะ ควรเช็คขนาดให้ดี เพื่อให้เก้าอี้สามารถสอดเก็บใต้โต๊ะได้สำหรับโต๊ะ

เมื่อเลือกขนาดแล้ว ก็มาถึงเรื่องวัสดุผิวหน้าของโต๊ะอาหาร ควรจะมีความคงทน ไม่ชำรุดง่าย และทำความสะอาดได้สะดวก เช่น พลาสติกหรือกระจก ซึ่งช่วยป้องกันการขีดข่วนได้ แต่ถ้าชอบไม้ ก็ต้องดูแลรักษามากกว่าแบบอื่น

ห้องนอน

การจัดห้องนอนจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของห้องเป็นสำคัญ แต่ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย การเลือกเตียง ควรมีขนาดที่พอดี ถ้าห้องเล็กก็ต้องยอมลดขนาดเตียงให้เล็กลง เพื่อให้มีพื้นที่ในห้องเหลือพอที่จะใช้เป็นทางเดินและทำความสะอาดได้สะดวก แต่ทั้งนี้ก็ต้องสามารถนอนได้สบายอยู่ การเลือกเตียงแบบมีขาเป็นที่นิยมในสมัยนี้ เพราะทำให้ดูโปร่งโล่ง และทำความสะอาดได้ ไม่เก็บฝุ่น แต่บางคนชอบเตียงทึบ เพราะดูแข็งแรง ก็แล้วแต่ความนิยมตู้เสื้อผ้ามีความกว้างที่นิยมคือ 60 เซนติเมตรและมีความสูง 180-200 เซนติเมตร ขนาดของตู้แต่ละช่วงก็ควรจะมีขนาดประมาณ 45-60 เซนติเมตร เพราะเป็นขนาดที่สามารถทำบานตู้ติดได้สัดส่วนพอดี ซึ่งบานตู้ควรจะมีขนาดเปิดได้กว้างมองเห็นภายในตู้ได้ทั้งหมด

ถ้าห้องนอนมีขนาดแคบควรใช้บานตู้แบบเลื่อน ตู้เสือ้ผ้าที่มีกระจกเงาติดที่บานตู้ ก็ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ ในกรณีที่พื้นที่ไม่พอที่จะวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือกระจกเต็มตัวต่างหาก นอกจากนี้ภายในตู้เสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชายก็ไม่เหมือนกัน เพราะมีเครื่องใช้แตกต่างกัน ผู้หญิงจะมีชุดเสื้อผ้าที่ยาวกว่าฉะนั้นที่แขวนเสื้อจะต้องสูงกว่าคือมีความสูงประมาณ 170-180 เซนติเมตร ส่วนตู้ของผู้ชาย อาจจะจัดเป็นสองช่วงคือ สำหรับแขวนเสื้อข้างบน และแขวนกางเกงข้างล่าง

3.4 ห้องทำงาน…ถ้าเป็นการทำงานแบบจริงจัง และมีการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ควรเลือกโต๊ะที่มีที่วางแป้นพิมพ์แบบลิ้นชัก ส่วนเก้าอี้ ก็ควรเป็นเก้าอี้นั่งทำงานโดยเฉพาะเพื่อรองรับแผ่นหลังและสรีระ แต่ถ้านั่งทำงานแบบนั่งเขียน การเลือกชุดโต๊ะทำงาน ก็สามารถเลือกได้ยืดหยุ่นกว่า อาจเลือกแบบตามความชอบได้เลย นอกจากโต๊ะและเก้าอี้ ชั้นวางหนังสือก็เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญมาก ควรเลือกแบบที่มีโครงสร้างแข็งแรง เพราะต้องรองรับหนังสือปริมาณมาก ถ้ากลัวฝุ่นเยอะ ก็ควรเลือกตู้แบบมีบานปิดตู้ แต่ถ้าชอบแบบโปร่งๆโล่งๆ ก็เลือกชั้นที่ไม่มีแผ่นปิดด้านหลังตู้ อาจทำมาจากสเตนเลส เหล็กที่โครงสร้างสวยงาม ก็ทำให้ห้องทำงานดูทันสมัยดี


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com