Archives 2022

ขึ้นดอกเบี้ย หลังกนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทย

ขึ้นดอกเบี้ย หลังกนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทย โดยขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.00% ซึ่งกระทบถึง อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และผู้ที่มีหนี้บ้าน แล้วแต่ละธนาคารนั้น ปรับขึ้นในอัตราเท่าไรบ้าง

ขึ้นดอกเบี้ย

ธนาคารกรุงเทพ 
นางรัชนี นพเมือง รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้เพิ่มขึ้น 
โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับเพิ่มขึ้น 0.15-0.50% ต่อปี 
ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงิน สินเชื่อ เอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) เพิ่มขึ้น 0.40% ต่อปี 
เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) เพิ่มขึ้น 0.375% ต่อปี
เอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) เพิ่มขึ้น 0.30% ต่อปี 
โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2565

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ยืนยันว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ระดับเดิมถึงสิ้นปี 2565 เป็นอย่างน้อย.

ธนาคารออมสิน
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในเบื้องต้นธนาคารอาจจะมีการพิจารณาการปรับ เพื่อขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่ในส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ให้อยู่ในระดับปัจจุบันต่อไป แต่ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า แต่น่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น หลังจากเดือนที่แล้วเราปรับดอกเบี้ยเงินฝากประจำไปแล้ว

ธนาคารไทยพาณิชย์
นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้สอดคล้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจะประกาศอีกครั้งในวันที่ 3 ตุลาคม 2565

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ขึ้นดอกเบี้ย หลังกนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทย

ขึ้นดอกเบี้ย หลังกนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทย โดยขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.00% ซึ่งกระทบถึง อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และผู้ที่มีหนี้บ้าน แล้วแต่ละธนาคารนั้น ปรับขึ้นในอัตราเท่าไรบ้าง

ขึ้นดอกเบี้ย

ธนาคารกรุงเทพ 
นางรัชนี นพเมือง รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้เพิ่มขึ้น 
โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับเพิ่มขึ้น 0.15-0.50% ต่อปี 
ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงิน สินเชื่อ เอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) เพิ่มขึ้น 0.40% ต่อปี 
เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) เพิ่มขึ้น 0.375% ต่อปี
เอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) เพิ่มขึ้น 0.30% ต่อปี 
โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2565

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ยืนยันว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ระดับเดิมถึงสิ้นปี 2565 เป็นอย่างน้อย.

ธนาคารออมสิน
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในเบื้องต้นธนาคารอาจจะมีการพิจารณาการปรับ เพื่อขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่ในส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ให้อยู่ในระดับปัจจุบันต่อไป แต่ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า แต่น่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น หลังจากเดือนที่แล้วเราปรับดอกเบี้ยเงินฝากประจำไปแล้ว

ธนาคารไทยพาณิชย์
นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้สอดคล้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจะประกาศอีกครั้งในวันที่ 3 ตุลาคม 2565

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

สินเชื่อธุรกิจ KKP เสนอบทวิเคราะห์ตลาด อสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีสัญญาณบวก ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2565 เริ่มจะกลับมาใกล้เคียงกับยุคก่อนโควิด

สินเชื่อธุรกิจ KKP เสนอบทวิเคราะห์ตลาด อสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีสัญญาณบวก ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2565 เริ่มจะกลับมาใกล้เคียงกับยุคก่อนโควิด

อสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีสัญญาณบวก

ในปี 2564 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากโควิด การโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองลดลง 30,000 ยูนิต หรือ -24% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในพื้นที่ปริมณฑล ตามต้นทุนของที่ดินที่ปรับสูงขึ้น

คาดว่ายอดขายบ้านเดี่ยวจะเพิ่มขึ้นในกลุ่มราคา 10-15 ล้านบาท เนื่องจากราคาบ้านเดี่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาที่ดินและค่าก่อสร้าง ความต้องการบ้านเดี่ยวใหม่เข้าสู่ตลาดมากที่สุดมองไปที่กลุ่มราคา 10-20 ล้านบาท

มีปัจจัยกดดันหลายประการ เช่น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ปัญหาเงินเฟ้อ เงินบาทอ่อนค่าลง ทําให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของ “วัสดุ แรงงาน ต้นทุนที่ดิน” โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็ก เพิ่มขึ้น 10-15% ผลิตภัณฑ์คอนกรีต 6-8%

นอกจากนี้ โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ยังเพิ่มขึ้นเป็น 52,000 ยูนิต ทําให้ขาดแคลนวัสดุบางส่วนในอนาคต รวมถึงค่าแรงขั้นต่ําที่เพิ่มขึ้น 5%

แนวโน้มปลายปี 2565-กลางปี 2566 หากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยคงที่ถูกเพิกถอน จะส่งผลต่อวงเงินในการซื้อบ้านและจํานวนงวดที่ต้องผ่อนชําระต่อเดือน ส่งผลให้ประชาชนสามารถรีบตัดสินใจได้ 2 ครั้ง คือ ซื้อบ้านก่อนที่ต้นทุนจะสูงขึ้นหรือชะลอการซื้อบ้านทั้งหมด

 

จากข้อมูลการเปิดโครงการใหม่ในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม 2565) ผลิตภัณฑ์บ้านแนวราบพบว่า “ทาวน์เฮาส์” เปิดใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราคา 2-3 ล้านบาท,”บ้านเดี่ยว”เปิดใหม่ส่วนใหญ่ราคา 10-20 ล้านบาท,”คอนโดมิเนียม”เปิดใหม่ส่วนใหญ่ราคา 1-2 ล้านบาท

มีแนวโน้มทําให้ตลาดอิ่มตัวในบางพื้นที่ เนื่องจากหลายโครงการเน้นการพัฒนาคอนโดมิเนียมด้วยราคา 50,000-60,000 บาท/ตารางเมตร ทําให้ขนาดของห้องเล็กที่สุดตามกฎหมาย เพื่อให้ราคาขายต่ํากว่า 2 ล้านบาท/ยูนิต ทําให้เป็นเทรนด์ “ไมโครคอนโดมิเนียม” พื้นที่ใช้สอย 21-25 ตร.ม.

เช่นเดียวกับในแง่ของฟังก์ชั่นเปิดมันเป็น “ห้อง 1 ห้องนอนเทียม” นิยามคือเป็นห้องชุดที่มีฉากกั้นเพียงเพื่อแบ่งสัดส่วน

การเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในปี 2565 คาดว่าจะสูงกว่าในปี 2563 + 2564 รวมกัน

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

สินเชื่อธุรกิจ KKP เสนอบทวิเคราะห์ตลาด อสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีสัญญาณบวก ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2565 เริ่มจะกลับมาใกล้เคียงกับยุคก่อนโควิด

สินเชื่อธุรกิจ KKP เสนอบทวิเคราะห์ตลาด อสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีสัญญาณบวก ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2565 เริ่มจะกลับมาใกล้เคียงกับยุคก่อนโควิด

อสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีสัญญาณบวก

ในปี 2564 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากโควิด การโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองลดลง 30,000 ยูนิต หรือ -24% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในพื้นที่ปริมณฑล ตามต้นทุนของที่ดินที่ปรับสูงขึ้น

คาดว่ายอดขายบ้านเดี่ยวจะเพิ่มขึ้นในกลุ่มราคา 10-15 ล้านบาท เนื่องจากราคาบ้านเดี่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาที่ดินและค่าก่อสร้าง ความต้องการบ้านเดี่ยวใหม่เข้าสู่ตลาดมากที่สุดมองไปที่กลุ่มราคา 10-20 ล้านบาท

มีปัจจัยกดดันหลายประการ เช่น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ปัญหาเงินเฟ้อ เงินบาทอ่อนค่าลง ทําให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของ “วัสดุ แรงงาน ต้นทุนที่ดิน” โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็ก เพิ่มขึ้น 10-15% ผลิตภัณฑ์คอนกรีต 6-8%

นอกจากนี้ โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ยังเพิ่มขึ้นเป็น 52,000 ยูนิต ทําให้ขาดแคลนวัสดุบางส่วนในอนาคต รวมถึงค่าแรงขั้นต่ําที่เพิ่มขึ้น 5%

แนวโน้มปลายปี 2565-กลางปี 2566 หากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยคงที่ถูกเพิกถอน จะส่งผลต่อวงเงินในการซื้อบ้านและจํานวนงวดที่ต้องผ่อนชําระต่อเดือน ส่งผลให้ประชาชนสามารถรีบตัดสินใจได้ 2 ครั้ง คือ ซื้อบ้านก่อนที่ต้นทุนจะสูงขึ้นหรือชะลอการซื้อบ้านทั้งหมด

 

จากข้อมูลการเปิดโครงการใหม่ในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม 2565) ผลิตภัณฑ์บ้านแนวราบพบว่า “ทาวน์เฮาส์” เปิดใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราคา 2-3 ล้านบาท,”บ้านเดี่ยว”เปิดใหม่ส่วนใหญ่ราคา 10-20 ล้านบาท,”คอนโดมิเนียม”เปิดใหม่ส่วนใหญ่ราคา 1-2 ล้านบาท

มีแนวโน้มทําให้ตลาดอิ่มตัวในบางพื้นที่ เนื่องจากหลายโครงการเน้นการพัฒนาคอนโดมิเนียมด้วยราคา 50,000-60,000 บาท/ตารางเมตร ทําให้ขนาดของห้องเล็กที่สุดตามกฎหมาย เพื่อให้ราคาขายต่ํากว่า 2 ล้านบาท/ยูนิต ทําให้เป็นเทรนด์ “ไมโครคอนโดมิเนียม” พื้นที่ใช้สอย 21-25 ตร.ม.

เช่นเดียวกับในแง่ของฟังก์ชั่นเปิดมันเป็น “ห้อง 1 ห้องนอนเทียม” นิยามคือเป็นห้องชุดที่มีฉากกั้นเพียงเพื่อแบ่งสัดส่วน

การเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในปี 2565 คาดว่าจะสูงกว่าในปี 2563 + 2564 รวมกัน

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ดอกเบี้ยขึ้น คนผ่อนบ้านเจ็บ บ้าน 2 ล้าน จ่ายเพิ่ม 1,100-2,300 บาท/เดือน

ดอกเบี้ยขึ้น คนผ่อนบ้านเจ็บ บ้าน 2 ล้าน จ่ายเพิ่ม 1,100-2,300 บาท/เดือน หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จากเดิม 0.5% เป็น 0.75% เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น

ดอกเบี้ยขึ้น คนผ่อนบ้านเจ็บ

ทำให้ภาคครัวเรือนจึงรับภาระทางการเงินมากขึ้น ทั้งจากค่าครองชีพสูง และอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศขาขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มรายได้น้อย และกลุ่มที่มีหนี้สินในระดับสูง พร้อมเสนอทางเลือกในการบริหารหนี้ครัวเรือน ดังนี้

  • รวมหนี้ เหมาะกับผู้ที่ผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อรายย่อยพร้อมกัน เช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งการรวมหนี้โดยนำบ้านมาเป็นหลักประกัน จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย และค่างวดในการผ่อนลงได้
  • รีไฟแนนซ์ กับผู้ให้กู้รายใหม่ที่อัตราดอกเบี้ยถูกลง สำหรับผู้มีภาระสินเชื่อบ้านมาระยะหนึ่ง
  • สำหรับขอกู้ใหม่ อาจตัดสินใจเลือกสัญญากู้บ้านในระยะเวลาที่นานขึ้น และข้อเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ให้นานที่สุด ก่อนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในอนาคต

ทั้งนี้ หลังประเมินผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่คาดว่าในปี 2565 จะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 6.7% จาก 1.2% ในปี 2564 ต่อภาวะการเงินของครัวเรือน ในแต่ละกลุ่มจะเห็นว่า กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่อเดือนที่ 25,000-50,000 บาท (คิดเป็น 35% ของครัวเรือนทั้งหมด) จะมีรายจ่ายต่อเดือนเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 72% ของรายได้ทั้งหมด เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 68% หรือปรับเพิ่มขึ้นมา 1,000-2,000 บาทต่อเดือน

ในขณะที่กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ 15,000-25,000 บาทต่อเดือน (คิดเป็น 17% ของครัวเรือนทั้งหมด) จะมีรายจ่ายต่อเดือนเพิ่มสูงขึ้นมาเป็น 84% ของรายได้ทั้งหมด เมื่อเทียบปีก่อนที่ 79% หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 750-1,250 บาทต่อเดือน

นอกจากรายจ่ายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว ครัวเรือนยังต้องรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้ ที่มีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาระผ่อนชำระเงินกู้ ที่อ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว เช่น สินเชื่อบ้านที่เป็นเงินกู้ระยะยาว และมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน

การคิดดอกเบี้ย มักคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิง สำหรับลูกหนี้รายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate: MRR) ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ระหว่างธนาคารพาณิชย์อยู่ระหว่าง 5.95-7.35% และมีทิศทางการปรับเพิ่มขึ้น ตามการอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นในครั้งนี้

เช่นมีสัญญาผ่อนบ้านกับธนาคาร 2 ล้านบาท สัญญาเงินกู้ระยะเวลา 20 ปี โดยชำระค่างวดเป็นรายเดือน มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% จะมีภาระในการผ่อนส่งค่างวดเดือนละ 13,200 บาท

แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6% และ 7% ตามลำดับ จะทำให้ภาระผ่อนชำระต่องวด เมื่อเทียบกับดอกเบี้ย 5% ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1,100 บาท และ 2,300 บาท เป็น 14,300 บาทต่อเดือน และ 15,500 บาทต่อเดือนตามลำดับ ซึ่งหากคิดเงินต้นก็จะเห็นว่าหนี้บ้านลดลงช้ากว่าเดิมราว 13,200 และ 27,600 บาทต่อปี

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ดอกเบี้ยขึ้น คนผ่อนบ้านเจ็บ บ้าน 2 ล้าน จ่ายเพิ่ม 1,100-2,300 บาท/เดือน

ดอกเบี้ยขึ้น คนผ่อนบ้านเจ็บ บ้าน 2 ล้าน จ่ายเพิ่ม 1,100-2,300 บาท/เดือน หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จากเดิม 0.5% เป็น 0.75% เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น

ดอกเบี้ยขึ้น คนผ่อนบ้านเจ็บ

ทำให้ภาคครัวเรือนจึงรับภาระทางการเงินมากขึ้น ทั้งจากค่าครองชีพสูง และอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศขาขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มรายได้น้อย และกลุ่มที่มีหนี้สินในระดับสูง พร้อมเสนอทางเลือกในการบริหารหนี้ครัวเรือน ดังนี้

  • รวมหนี้ เหมาะกับผู้ที่ผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อรายย่อยพร้อมกัน เช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งการรวมหนี้โดยนำบ้านมาเป็นหลักประกัน จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย และค่างวดในการผ่อนลงได้
  • รีไฟแนนซ์ กับผู้ให้กู้รายใหม่ที่อัตราดอกเบี้ยถูกลง สำหรับผู้มีภาระสินเชื่อบ้านมาระยะหนึ่ง
  • สำหรับขอกู้ใหม่ อาจตัดสินใจเลือกสัญญากู้บ้านในระยะเวลาที่นานขึ้น และข้อเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ให้นานที่สุด ก่อนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในอนาคต

ทั้งนี้ หลังประเมินผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่คาดว่าในปี 2565 จะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 6.7% จาก 1.2% ในปี 2564 ต่อภาวะการเงินของครัวเรือน ในแต่ละกลุ่มจะเห็นว่า กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่อเดือนที่ 25,000-50,000 บาท (คิดเป็น 35% ของครัวเรือนทั้งหมด) จะมีรายจ่ายต่อเดือนเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 72% ของรายได้ทั้งหมด เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 68% หรือปรับเพิ่มขึ้นมา 1,000-2,000 บาทต่อเดือน

ในขณะที่กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ 15,000-25,000 บาทต่อเดือน (คิดเป็น 17% ของครัวเรือนทั้งหมด) จะมีรายจ่ายต่อเดือนเพิ่มสูงขึ้นมาเป็น 84% ของรายได้ทั้งหมด เมื่อเทียบปีก่อนที่ 79% หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 750-1,250 บาทต่อเดือน

นอกจากรายจ่ายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว ครัวเรือนยังต้องรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้ ที่มีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาระผ่อนชำระเงินกู้ ที่อ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว เช่น สินเชื่อบ้านที่เป็นเงินกู้ระยะยาว และมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน

การคิดดอกเบี้ย มักคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิง สำหรับลูกหนี้รายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate: MRR) ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ระหว่างธนาคารพาณิชย์อยู่ระหว่าง 5.95-7.35% และมีทิศทางการปรับเพิ่มขึ้น ตามการอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นในครั้งนี้

เช่นมีสัญญาผ่อนบ้านกับธนาคาร 2 ล้านบาท สัญญาเงินกู้ระยะเวลา 20 ปี โดยชำระค่างวดเป็นรายเดือน มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% จะมีภาระในการผ่อนส่งค่างวดเดือนละ 13,200 บาท

แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6% และ 7% ตามลำดับ จะทำให้ภาระผ่อนชำระต่องวด เมื่อเทียบกับดอกเบี้ย 5% ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1,100 บาท และ 2,300 บาท เป็น 14,300 บาทต่อเดือน และ 15,500 บาทต่อเดือนตามลำดับ ซึ่งหากคิดเงินต้นก็จะเห็นว่าหนี้บ้านลดลงช้ากว่าเดิมราว 13,200 และ 27,600 บาทต่อปี

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ดอกเบี้ย ดันเช่าคอนโดพุ่ง 105% สะท้อนผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน

ดอกเบี้ย ดันเช่าคอนโดพุ่ง สะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายของนักพัฒนาในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นผลให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน / อพาร์ตเมนต์ของพวกเขาเพิ่มความต้องการเช่าอพาร์ทเมนต์โดย 105%

ดอกเบี้ย ดันเช่าคอนโดพุ่ง 105%

รายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ดีดีเอสเตทประเทศไทยไตรมาสที่ 3 ปี 2565 – ขับเคลื่อนโดย PropertyGuru DataSense ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลรายชื่ออสังหาริมทรัพย์ DD และข้อมูลการเช่าแสดงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาสที่ผ่านมา สรุปความต้องการที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจทั้งในตลาดซื้อและเช่า พร้อมกับการอัปเดตเกี่ยวกับตําแหน่งที่เป็นไปได้ของแนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาสนี้

อุปทานของอพาร์ทเมนยังคงเติบโตความต้องการสําหรับผู้ที่ซื้อมากขึ้นดัชนีอุปทานหรือจํานวนที่อยู่อาศัยในไตรมาสที่ผ่านมาอาคารอพาร์ตเมนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ บ้านเดี่ยวคิดเป็น 11% ของจํานวนที่อยู่อาศัยทั้งหมดในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน

ในขณะเดียวกันทาวน์เฮาส์คิดเป็น 7% และเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่มีสินค้าแบนในมือของพวกเขากําลังขายผลิตภัณฑ์ของตนมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อในชีวิตจริง (ความต้องการที่แท้จริง)

แม้ว่าคอนโดจะครองตลาดได้ 82% แต่ก็ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการดูดซับข้อเสนอจากแคมเปญตามสต็อกของผู้ประกอบการ และโครงการใหม่ๆ อีกหลายโครงการยังไม่ได้เปิดตัว

นั่นคือทั้งหมด คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยมากขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี ด้วยความเชื่อมั่นของผู้ขายที่นําสินค้ามาวางขายมากขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการที่เปิดโครงการคอนโดใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดตลาดเต็มประเทศทําให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับแรงหนุนจากตลาดการท่องเที่ยวและกําลังซื้อของชาวต่างชาติ

แนวโน้มล่าสุดของความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มส่งสัญญาณว่าราคาบ้านจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

สิ่งนี้ได้กลายเป็น “ปัจจัยเร่ง” ที่บังคับให้ผู้บริโภคมองหาที่อยู่อาศัยราคาไม่แพงในเวลานี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าความต้องการที่อยู่อาศัยในคอนโดสูงสุดคือ 26% รองลงมาคือทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว (15% และ 11% ตามลําดับ)

โดยรวมแล้วอัตราค่าเช่ารายเดือนโดยรวมของกรุงเทพฯ ยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามีราคาตามการใช้จ่ายของผู้เช่า ซึ่งช่วยเพิ่มการตัดสินใจด้านค่าเช่า

เมื่อมองจากภาพรวมดัชนีค่าเช่าในกรุงเทพฯ ยังอยู่ในระดับต่ํากว่าปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 9% ในปีฐาน ตามประเภทของที่อยู่อาศัยบ้านหลังเล็ก ๆ ก็มีโอกาสเติบโตในตลาดเช่าเช่นกัน ค่าเช่าบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5% รองลงมาคือทาวน์เฮาส์และคอนโดมิเนียม (4% และ 1% ตามลําดับ)

ดัชนีความต้องการเช่าล่าสุดเพิ่มขึ้นมากถึง 88% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือ 166% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าได้รับความสนใจมากที่สุด ซึ่งแสดงโดยดัชนีความต้องการเช่าซึ่งเพิ่มขึ้น 105% จากไตรมาสก่อน

สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดการเช่าอาคารอพาร์ตเมนต์ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงอีกครั้งในตลาด รองลงมาคือทาวน์เฮาส์ ซึ่งความต้องการเช่าเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และจํานวนบ้านเดี่ยว 19%

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ดอกเบี้ย ดันเช่าคอนโดพุ่ง 105% สะท้อนผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน

ดอกเบี้ย ดันเช่าคอนโดพุ่ง สะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายของนักพัฒนาในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นผลให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน / อพาร์ตเมนต์ของพวกเขาเพิ่มความต้องการเช่าอพาร์ทเมนต์โดย 105%

ดอกเบี้ย ดันเช่าคอนโดพุ่ง 105%

รายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ดีดีเอสเตทประเทศไทยไตรมาสที่ 3 ปี 2565 – ขับเคลื่อนโดย PropertyGuru DataSense ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลรายชื่ออสังหาริมทรัพย์ DD และข้อมูลการเช่าแสดงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาสที่ผ่านมา สรุปความต้องการที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจทั้งในตลาดซื้อและเช่า พร้อมกับการอัปเดตเกี่ยวกับตําแหน่งที่เป็นไปได้ของแนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาสนี้

อุปทานของอพาร์ทเมนยังคงเติบโตความต้องการสําหรับผู้ที่ซื้อมากขึ้นดัชนีอุปทานหรือจํานวนที่อยู่อาศัยในไตรมาสที่ผ่านมาอาคารอพาร์ตเมนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ บ้านเดี่ยวคิดเป็น 11% ของจํานวนที่อยู่อาศัยทั้งหมดในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน

ในขณะเดียวกันทาวน์เฮาส์คิดเป็น 7% และเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่มีสินค้าแบนในมือของพวกเขากําลังขายผลิตภัณฑ์ของตนมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อในชีวิตจริง (ความต้องการที่แท้จริง)

แม้ว่าคอนโดจะครองตลาดได้ 82% แต่ก็ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการดูดซับข้อเสนอจากแคมเปญตามสต็อกของผู้ประกอบการ และโครงการใหม่ๆ อีกหลายโครงการยังไม่ได้เปิดตัว

นั่นคือทั้งหมด คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยมากขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี ด้วยความเชื่อมั่นของผู้ขายที่นําสินค้ามาวางขายมากขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการที่เปิดโครงการคอนโดใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดตลาดเต็มประเทศทําให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับแรงหนุนจากตลาดการท่องเที่ยวและกําลังซื้อของชาวต่างชาติ

แนวโน้มล่าสุดของความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มส่งสัญญาณว่าราคาบ้านจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

สิ่งนี้ได้กลายเป็น “ปัจจัยเร่ง” ที่บังคับให้ผู้บริโภคมองหาที่อยู่อาศัยราคาไม่แพงในเวลานี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าความต้องการที่อยู่อาศัยในคอนโดสูงสุดคือ 26% รองลงมาคือทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว (15% และ 11% ตามลําดับ)

โดยรวมแล้วอัตราค่าเช่ารายเดือนโดยรวมของกรุงเทพฯ ยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามีราคาตามการใช้จ่ายของผู้เช่า ซึ่งช่วยเพิ่มการตัดสินใจด้านค่าเช่า

เมื่อมองจากภาพรวมดัชนีค่าเช่าในกรุงเทพฯ ยังอยู่ในระดับต่ํากว่าปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 9% ในปีฐาน ตามประเภทของที่อยู่อาศัยบ้านหลังเล็ก ๆ ก็มีโอกาสเติบโตในตลาดเช่าเช่นกัน ค่าเช่าบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5% รองลงมาคือทาวน์เฮาส์และคอนโดมิเนียม (4% และ 1% ตามลําดับ)

ดัชนีความต้องการเช่าล่าสุดเพิ่มขึ้นมากถึง 88% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือ 166% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าได้รับความสนใจมากที่สุด ซึ่งแสดงโดยดัชนีความต้องการเช่าซึ่งเพิ่มขึ้น 105% จากไตรมาสก่อน

สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดการเช่าอาคารอพาร์ตเมนต์ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงอีกครั้งในตลาด รองลงมาคือทาวน์เฮาส์ ซึ่งความต้องการเช่าเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และจํานวนบ้านเดี่ยว 19%

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

อสังหาฯภูเก็ต ในปี 2565 ทำเลไหนดี สุดสำหรับซื้อไว้ลงทุนหรืออยู่อาศัย

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกจะมีความผันผวนสูงในช่วงการระบาดของ COVID-19 แต่บริษัทก็ไม่สามารถตอบสนองตลาดได้ เกาะภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย แต่ละภูมิภาคของภูเก็ตมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ของตัวเอง ผู้ซื้อต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละสถานที่เพื่อให้แน่ใจว่าก่อนตัดสินใจซื้อ อสังหาฯภูเก็ต ในปี 2565

อสังหาฯภูเก็ต ในปี 2565

บางเทา – ลากูน่า
ทําไมบางเทา-ลากูน่าถึงเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของภูเก็ต? บางเทา-ลากูน่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีชีวิตชีวาที่สุดของภูเก็ต ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ล้อมรอบด้วยวิวทะเลที่สวยงามและใจกลางเมืองที่สวยงามทําให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ บางเทาลากูน่ายังมีร้านอาหารสําหรับครอบครัวบีชคลับซูเปอร์มาร์เก็ตรีสอร์ทหรูและโรงแรมในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

บางเทา-ลากูน่าเหมาะกับการลงทุนหรือไม่? พื้นที่นี้เติบโตอย่างต่อเนื่องเนื่องจากได้รับความสนใจจากทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bangtao-Laguna ยังคงเป็นพื้นที่หลักสําหรับผู้ซื้อที่มีงบประมาณจํากัดที่กําลังมองหาบรรยากาศที่หรูหรา

บางเทา-ลากูน่ามีที่พักที่น่าสนใจในปี 2022 หรือไม่? บางเทา-ลากูน่าเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่สุดสําหรับชาวต่างชาติที่จะอยู่ในภูเก็ต ด้วยโครงการที่อยู่อาศัยที่หลากหลายกว่า 400 โครงการในตลาดปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัยมากกว่า 400 โครงการในตลาดปัจจุบัน ทําให้วิลล่าหลากหลายหลังมีสระว่ายน้ําและคอนโดที่สวยงาม ราคาอสังหาริมทรัพย์ในทําเลนี้มีตั้งแต่ 3.49 ล้านบาทสําหรับคอนโดมิเนียมไปจนถึง 123 ล้านบาทสําหรับวิลล่า 5 ห้องนอนที่ตั้งอยู่ใจกลางลากูน่าภูเก็ตรีสอร์ทคอมเพล็กซ์ ดูที่พักที่ดีที่สุดใน บางเทา-ลากูนา

โครงการที่น่าสนใจ
-สกายพาร์ค คอนโด ราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรู ใกล้หาดบางเทา ราคาเริ่มต้นที่ 20.05 ล้านบาท
-บันยันทรี แกรนด์ เรสซิเดนซ์ ลากูน่า ราคาเริ่มต้นที่ 123 ล้านบาท

ลายัน – เชิงทะเล
ทําไมลายัน-เชิงทะเลจึงเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของภูเก็ต? Layan-Choengtalay เป็นย่านที่สวยงามค่อนข้างเป็นสากลและครบวงจร ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวที่สวยงามและชายหาดระยิบระยับพร้อมทิวทัศน์อันงดงาม ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่อาศัยใหม่และพูลวิลล่าสุดหรู Layan-Choengtalay เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ยอดเยี่ยม มีร้านอาหาร บาร์ และร้านค้าหลายแห่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีจุดอาหารท้องถิ่น อาหารทะเลและชุมชนมากมาย

ลายัน-เชิงทะเลเหมาะสําหรับการลงทุนหรือไม่? แม้จะมีข้อเสียเล็กน้อยของโครงการที่มากเกินไป ลายัน-เชิงทะเลยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการลงทุนในภูเก็ต

ทําไมลายัน-เชิงทะเลจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในปี 2022? ลายัน-เชิงทะเลเริ่มกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดีที่สุดสําหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ราคาอสังหาริมทรัพย์มีตั้งแต่ 2.5 ล้านบาทสําหรับสตูดิโอคอนโดมิเนียมที่สะดวกสบายไปจนถึงวิลล่าหรูที่มองเห็นทะเลในราคา 393 ล้านบาท

โครงการที่น่าสนใจ
-สตูดิโอขนาดใหญ่วิวสระว่ายน้ำ ในโอเชี่ยน บรีซ ราคาเริ่มต้นที่ 2.5 ล้านบาท
-เดอะเรสซิเดนซ์ พูล วิลล่า เชิงทะเล ราคาเริ่มต้นที่ 21.72 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรูวิวทะล ใกล้หาดลายัน ราคาเริ่มต้นที่ 393 ล้านบาท

ราไวย์ – ในหาน
ทําไมผู้คนถึงตกหลุมรัก? ราไวย์-นายหาน? ราไวย์-ในหานเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีเสน่ห์ที่สุดของภูเก็ต ย่านที่คึกคักของภูเก็ตครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของเกาะ เมื่อคุณนึกถึงหาดราไวย์ในหานทุกคนจะนึกถึงชายหาดที่สวยงามทันที แต่ในพื้นที่นี้มีอะไรมากกว่านั้น: สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารและบาร์ที่ดีที่สุดรอบ ๆ สถานที่ ข้อดีอีกอย่างของการใช้ชีวิตในราไวย์ – ในหานคือมันเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบและมีโอกาสมากมายในการพัฒนา ราไวย์-ในหานมีอสังหาริมทรัพย์ที่สวยงามมากมายให้อยู่อาศัยและลงทุน

ราไวย์-ในหาน เหมาะแก่การลงทุนหรือไม่? พื้นที่นี้ได้พัฒนาจากหมู่บ้านชาวประมงที่ค่อนข้างเล็กจนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ลงทุนมากที่สุดของภูเก็ต กําลังมองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในเกาะภูเก็ตอยู่ใช่ไหม? ราไวย์-ไนหาน ควรอยู่ในรายชื่อ

ทําไมราไวย์ – ในหานถึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในปี 2022?
หากคุณกําลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสําหรับค่าเช่า ราคามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตและทําเลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาด อย่าพลาดตัวเลือกราไวย์-ในหาน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการลงทุนมากที่สุด บริเวณนี้มีอสังหาริมทรัพย์ให้เลือกมากกว่า 900 แห่ง ตั้งแต่คอนโด 1 ห้องนอนราคา 3 ล้านบาท ไปจนถึง 44.3 ล้านบาท สําหรับวิลล่าสวยพร้อมสระว่ายน้ํา

โครงการที่น่าสนใจ
-วินแดม ลาวิต้า ราคา 3 ล้านบาท
-เดอะเรสซิเดนซ์ พูล วิลล่า เชิงทะเล ราคาเริ่มต้นที่ 21.72 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรูวิวทะล ใกล้หาดลายัน ราคาเริ่มต้นที่ 393 ล้านบาท

กะตะ – กะรน
กะตะ-กะรน เป็นพื้นที่ริมทะเลที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ไม่ไกลจากป่าตองทางตอนเหนือและเฉลิมฉลองภาคใต้ด้วยชายหาดที่สมบูรณ์แบบสําหรับคนในท้องถิ่น ผู้เข้าชมและผู้เข้าชมมีความยินดีกับทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์ Kata-Karon ขึ้นชื่อเรื่องการโต้คลื่น ให้บริการอพาร์ตเมนต์สูงระฟ้าพร้อมสิ่งอํานวยความสะดวกในตัวและวิวทะเลที่สวยงามและสวยงามและน่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอํานวยความสะดวกครบครัน มีร้านอาหาร สถานบันเทิงยามค่ําคืน และกิจกรรมทางน้ําหลากหลายรายการ มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายตลอดทั้งปี เช่น เทศกาลอาหารและการแข่งขันโต้คลื่น เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศของวันหยุดฤดูร้อน

กะตะกะรนเหมาะกับการลงทุนหรือไม่? อย่าลืมว่าสถานที่ให้บริการที่มีวิวทะเลเป็นที่ต้องการอย่างมากเสมอ ใครบ้างที่ไม่อยากตื่นขึ้นมาและชมวิวทะเลที่สวยงาม?

ทําไมกะตะ – กะรนจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในปี 2022? คุณสามารถมีอาคารอพาร์ตเมนต์พร้อมวิวทะเลราคาเริ่มต้นที่ 5.2 ล้านบาทในวิลล่าริมทะเลพร้อมวิวทะเลที่สวยงาม ราคา 189 ล้านบาท

โครงการที่น่าสนใจ
-กะตะโอเชี่ยนวิวคอนโด ราคาเริ่มต้นที่ 5.2 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรูไทย ใกล้หาดกะตะ ราคาเริ่มต้นที่ 30 ล้านบาท
-พูลวิลล่าริมทะเลที่สวยงามในโครงการบ้านกะตะเอสเตท ราคาเริ่มต้นที่ 189 ล้านบาท

กมลา
ทําไมผู้คนถึงยังตกหลุมรักกมลาหลังจากหลายปีที่ผ่านมา? กมลาเป็นหนึ่งในย่านที่มีเสน่ห์ที่สุดของภูเก็ตอย่างปฏิเสธไม่ได้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากมลาได้รับการจัดอันดับให้เป็นทําเลทองในภูเก็ตด้วยสภาพแวดล้อมและสิ่งอํานวยความสะดวก มีร้านอาหารอร่อยมากมาย สถานบันเทิงยามค่ําคืนโรงแรมหรูและอาคารอพาร์ตเมนต์และวิลล่าที่ตกแต่งอย่างประณีตได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ในฝันของคนจํานวนมากที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต

กมลาเหมาะกับการลงทุนหรือไม่? กมลาถือเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่สูงที่สุดของการเช่าอสังหาริมทรัพย์บนเกาะ คอนโดวิวทะเลและพูลวิลล่าที่ได้รับการดูแลอย่างดีในพื้นที่เป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการอย่างไม่น่าเชื่อ

ทําไมกมลาถึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในปี 2022? แม้จะมีการระบาดของโควิด แต่ราคาของอสังหาริมทรัพย์ของกมลามีตั้งแต่ 4 ล้านบาทสําหรับคอนโดบนเนินเขาขนาดใหญ่ไปจนถึง 249 ล้านบาทสําหรับวิลล่าหรูพร้อมวิวทะเล

โครงการที่น่าสนใจ
-คอนโด 1 ห้องนอน ในรีเจ้นท์กมลา ราคา 4 ล้านบาท
-คอนโดสวยวิวทะเล ที่เดอะแพลนเทชั่น ราคา 25 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรูหราวิวทะเล ราคา 249 ล้านบาท

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

อสังหาฯภูเก็ต ในปี 2565 ทำเลไหนดี สุดสำหรับซื้อไว้ลงทุนหรืออยู่อาศัย

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกจะมีความผันผวนสูงในช่วงการระบาดของ COVID-19 แต่บริษัทก็ไม่สามารถตอบสนองตลาดได้ เกาะภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย แต่ละภูมิภาคของภูเก็ตมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ของตัวเอง ผู้ซื้อต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละสถานที่เพื่อให้แน่ใจว่าก่อนตัดสินใจซื้อ อสังหาฯภูเก็ต ในปี 2565

อสังหาฯภูเก็ต ในปี 2565

บางเทา – ลากูน่า
ทําไมบางเทา-ลากูน่าถึงเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของภูเก็ต? บางเทา-ลากูน่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีชีวิตชีวาที่สุดของภูเก็ต ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ล้อมรอบด้วยวิวทะเลที่สวยงามและใจกลางเมืองที่สวยงามทําให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ บางเทาลากูน่ายังมีร้านอาหารสําหรับครอบครัวบีชคลับซูเปอร์มาร์เก็ตรีสอร์ทหรูและโรงแรมในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

บางเทา-ลากูน่าเหมาะกับการลงทุนหรือไม่? พื้นที่นี้เติบโตอย่างต่อเนื่องเนื่องจากได้รับความสนใจจากทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bangtao-Laguna ยังคงเป็นพื้นที่หลักสําหรับผู้ซื้อที่มีงบประมาณจํากัดที่กําลังมองหาบรรยากาศที่หรูหรา

บางเทา-ลากูน่ามีที่พักที่น่าสนใจในปี 2022 หรือไม่? บางเทา-ลากูน่าเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่สุดสําหรับชาวต่างชาติที่จะอยู่ในภูเก็ต ด้วยโครงการที่อยู่อาศัยที่หลากหลายกว่า 400 โครงการในตลาดปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัยมากกว่า 400 โครงการในตลาดปัจจุบัน ทําให้วิลล่าหลากหลายหลังมีสระว่ายน้ําและคอนโดที่สวยงาม ราคาอสังหาริมทรัพย์ในทําเลนี้มีตั้งแต่ 3.49 ล้านบาทสําหรับคอนโดมิเนียมไปจนถึง 123 ล้านบาทสําหรับวิลล่า 5 ห้องนอนที่ตั้งอยู่ใจกลางลากูน่าภูเก็ตรีสอร์ทคอมเพล็กซ์ ดูที่พักที่ดีที่สุดใน บางเทา-ลากูนา

โครงการที่น่าสนใจ
-สกายพาร์ค คอนโด ราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรู ใกล้หาดบางเทา ราคาเริ่มต้นที่ 20.05 ล้านบาท
-บันยันทรี แกรนด์ เรสซิเดนซ์ ลากูน่า ราคาเริ่มต้นที่ 123 ล้านบาท

ลายัน – เชิงทะเล
ทําไมลายัน-เชิงทะเลจึงเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของภูเก็ต? Layan-Choengtalay เป็นย่านที่สวยงามค่อนข้างเป็นสากลและครบวงจร ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวที่สวยงามและชายหาดระยิบระยับพร้อมทิวทัศน์อันงดงาม ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่อาศัยใหม่และพูลวิลล่าสุดหรู Layan-Choengtalay เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ยอดเยี่ยม มีร้านอาหาร บาร์ และร้านค้าหลายแห่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีจุดอาหารท้องถิ่น อาหารทะเลและชุมชนมากมาย

ลายัน-เชิงทะเลเหมาะสําหรับการลงทุนหรือไม่? แม้จะมีข้อเสียเล็กน้อยของโครงการที่มากเกินไป ลายัน-เชิงทะเลยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการลงทุนในภูเก็ต

ทําไมลายัน-เชิงทะเลจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในปี 2022? ลายัน-เชิงทะเลเริ่มกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดีที่สุดสําหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ราคาอสังหาริมทรัพย์มีตั้งแต่ 2.5 ล้านบาทสําหรับสตูดิโอคอนโดมิเนียมที่สะดวกสบายไปจนถึงวิลล่าหรูที่มองเห็นทะเลในราคา 393 ล้านบาท

โครงการที่น่าสนใจ
-สตูดิโอขนาดใหญ่วิวสระว่ายน้ำ ในโอเชี่ยน บรีซ ราคาเริ่มต้นที่ 2.5 ล้านบาท
-เดอะเรสซิเดนซ์ พูล วิลล่า เชิงทะเล ราคาเริ่มต้นที่ 21.72 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรูวิวทะล ใกล้หาดลายัน ราคาเริ่มต้นที่ 393 ล้านบาท

ราไวย์ – ในหาน
ทําไมผู้คนถึงตกหลุมรัก? ราไวย์-นายหาน? ราไวย์-ในหานเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีเสน่ห์ที่สุดของภูเก็ต ย่านที่คึกคักของภูเก็ตครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของเกาะ เมื่อคุณนึกถึงหาดราไวย์ในหานทุกคนจะนึกถึงชายหาดที่สวยงามทันที แต่ในพื้นที่นี้มีอะไรมากกว่านั้น: สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารและบาร์ที่ดีที่สุดรอบ ๆ สถานที่ ข้อดีอีกอย่างของการใช้ชีวิตในราไวย์ – ในหานคือมันเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบและมีโอกาสมากมายในการพัฒนา ราไวย์-ในหานมีอสังหาริมทรัพย์ที่สวยงามมากมายให้อยู่อาศัยและลงทุน

ราไวย์-ในหาน เหมาะแก่การลงทุนหรือไม่? พื้นที่นี้ได้พัฒนาจากหมู่บ้านชาวประมงที่ค่อนข้างเล็กจนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ลงทุนมากที่สุดของภูเก็ต กําลังมองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในเกาะภูเก็ตอยู่ใช่ไหม? ราไวย์-ไนหาน ควรอยู่ในรายชื่อ

ทําไมราไวย์ – ในหานถึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในปี 2022?
หากคุณกําลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสําหรับค่าเช่า ราคามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตและทําเลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาด อย่าพลาดตัวเลือกราไวย์-ในหาน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการลงทุนมากที่สุด บริเวณนี้มีอสังหาริมทรัพย์ให้เลือกมากกว่า 900 แห่ง ตั้งแต่คอนโด 1 ห้องนอนราคา 3 ล้านบาท ไปจนถึง 44.3 ล้านบาท สําหรับวิลล่าสวยพร้อมสระว่ายน้ํา

โครงการที่น่าสนใจ
-วินแดม ลาวิต้า ราคา 3 ล้านบาท
-เดอะเรสซิเดนซ์ พูล วิลล่า เชิงทะเล ราคาเริ่มต้นที่ 21.72 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรูวิวทะล ใกล้หาดลายัน ราคาเริ่มต้นที่ 393 ล้านบาท

กะตะ – กะรน
กะตะ-กะรน เป็นพื้นที่ริมทะเลที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ไม่ไกลจากป่าตองทางตอนเหนือและเฉลิมฉลองภาคใต้ด้วยชายหาดที่สมบูรณ์แบบสําหรับคนในท้องถิ่น ผู้เข้าชมและผู้เข้าชมมีความยินดีกับทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์ Kata-Karon ขึ้นชื่อเรื่องการโต้คลื่น ให้บริการอพาร์ตเมนต์สูงระฟ้าพร้อมสิ่งอํานวยความสะดวกในตัวและวิวทะเลที่สวยงามและสวยงามและน่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอํานวยความสะดวกครบครัน มีร้านอาหาร สถานบันเทิงยามค่ําคืน และกิจกรรมทางน้ําหลากหลายรายการ มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายตลอดทั้งปี เช่น เทศกาลอาหารและการแข่งขันโต้คลื่น เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศของวันหยุดฤดูร้อน

กะตะกะรนเหมาะกับการลงทุนหรือไม่? อย่าลืมว่าสถานที่ให้บริการที่มีวิวทะเลเป็นที่ต้องการอย่างมากเสมอ ใครบ้างที่ไม่อยากตื่นขึ้นมาและชมวิวทะเลที่สวยงาม?

ทําไมกะตะ – กะรนจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในปี 2022? คุณสามารถมีอาคารอพาร์ตเมนต์พร้อมวิวทะเลราคาเริ่มต้นที่ 5.2 ล้านบาทในวิลล่าริมทะเลพร้อมวิวทะเลที่สวยงาม ราคา 189 ล้านบาท

โครงการที่น่าสนใจ
-กะตะโอเชี่ยนวิวคอนโด ราคาเริ่มต้นที่ 5.2 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรูไทย ใกล้หาดกะตะ ราคาเริ่มต้นที่ 30 ล้านบาท
-พูลวิลล่าริมทะเลที่สวยงามในโครงการบ้านกะตะเอสเตท ราคาเริ่มต้นที่ 189 ล้านบาท

กมลา
ทําไมผู้คนถึงยังตกหลุมรักกมลาหลังจากหลายปีที่ผ่านมา? กมลาเป็นหนึ่งในย่านที่มีเสน่ห์ที่สุดของภูเก็ตอย่างปฏิเสธไม่ได้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากมลาได้รับการจัดอันดับให้เป็นทําเลทองในภูเก็ตด้วยสภาพแวดล้อมและสิ่งอํานวยความสะดวก มีร้านอาหารอร่อยมากมาย สถานบันเทิงยามค่ําคืนโรงแรมหรูและอาคารอพาร์ตเมนต์และวิลล่าที่ตกแต่งอย่างประณีตได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ในฝันของคนจํานวนมากที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต

กมลาเหมาะกับการลงทุนหรือไม่? กมลาถือเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่สูงที่สุดของการเช่าอสังหาริมทรัพย์บนเกาะ คอนโดวิวทะเลและพูลวิลล่าที่ได้รับการดูแลอย่างดีในพื้นที่เป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการอย่างไม่น่าเชื่อ

ทําไมกมลาถึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในปี 2022? แม้จะมีการระบาดของโควิด แต่ราคาของอสังหาริมทรัพย์ของกมลามีตั้งแต่ 4 ล้านบาทสําหรับคอนโดบนเนินเขาขนาดใหญ่ไปจนถึง 249 ล้านบาทสําหรับวิลล่าหรูพร้อมวิวทะเล

โครงการที่น่าสนใจ
-คอนโด 1 ห้องนอน ในรีเจ้นท์กมลา ราคา 4 ล้านบาท
-คอนโดสวยวิวทะเล ที่เดอะแพลนเทชั่น ราคา 25 ล้านบาท
-พูลวิลล่าหรูหราวิวทะเล ราคา 249 ล้านบาท

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com