Archives May 2022

ดัชนีความเชื่อมั่นลด 10 ไตรมาสรวด

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล โดย ดัชนีความเชื่อมั่นลด เนื่องจากในภาวะปัจจุบัน ในภาพรวมของไตรมาส 3 ปี 2564 มีค่าดัชนีเท่ากับ 45.8 ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ค่าดัชนีไตรมาสนี้ยังต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 ซึ่งสะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคง “ขาด”ความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2562 รวมเป็นระยะเวลาติดต่อกันมาถึง 10 ไตรมาสแล้ว

ดัชนีความเชื่อมั่นลด

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ค่าดัชนีไตรมาสนี้ยังต่ำกว่าระดับ 50.0 เริ่มต้นจากการบังคับใช้มาตรการควบคุมแอลทีวี ของธนาคารแห่งประเทศไทยในไตรมาส 2 ปี 2562 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มชะลอตัวลง และตั้งแต่ต้นปี 2563 จนมาถึงไตรมาส 3 ปี 2564 ประเทศไทยต้องประสบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์“ชะลอตัว”ทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน

โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 สถานการณ์การระบาดของโควิดมีความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ประมาณ 15,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดิมในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งช่วงก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 2,500 คนต่อวัน และมีการล๊อคดาวน์ในบางพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ ที่มีการล๊อคดาวน์อีกครั้งตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายน 2564 ทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง และยังคงทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย มีความวิตกกังวลต่อผลกระทบของสถานการณ์ดังกล่าว ในภาวะปัจจุบันเป็นอย่างมาก

ล่าสุดศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ได้มีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเสนอให้พิจารณาเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมาย ขยายเพดานให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยขยายเพดานให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้เกิน 49% ตลอดจนให้สิทธิ์เพิ่มที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว เพื่อให้สิทธิ์นักลงทุนต่างชาติ เข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยและนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ความสนใจต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และอีกปัจจัยบวกที่สำคัญที่เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

โดยรัฐบาลเริ่มมีการผ่อนคลายล๊อคดาวน์ อนุญาตให้ผู้ประกอบการกลับมาเปิดให้บริการบางส่วน เช่น ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านนวด รวมทั้งสายการบินเริ่มเตรียมความพร้อมในการให้บริการเที่ยวบิน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอีก 6 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

อสังหาแนวราบ กับแนวดิ่ง สำหรับมือใหม่ที่กำลังอยากจะเข้ามาในวงการ อสังหา

สำหรับมือใหม่ที่กำลังอยากจะเข้ามาในวงการ อสังหา หรือก่อนจะเริ่มลงทุน ในธุรกิจอสังหาฯ นั้น แน่นอนว่า ท่านอาจจะต้องรู้จักกับลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ แต่ละประเภทกันก่อน เพราะความรู้ในเรื่องลักษณะโดยรวมของอสังหาฯ แต่ละประเภท คุณก็จะหากลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเราได้ดียิ่งขึ้น โดยวันนี้เราจะพูดถึง ความต่างระหว่าง อสังหาแนวราบ กับแนวดิ่ง

รู้จัก อสังหาแนวราบ กับแนวดิ่ง

อสังหาฯแนวราบ ที่มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  1. บ้านเดี่ยว : บ้านยอดนิยม ตั้งอยู่เดี่ยวๆ เนื้อที่กว้างขวาง รั้วรอบขอบชิด ได้ความเป็นส่วนตัว ปลอดการรบกวนของชาวบ้าน ซึ่งความใหญ่และเล็กก็จะแตกต่างกันไปตามรสนิยมและฐานะของเจ้าของบ้าน สำหรับเนื้อที่ของบ้านเดี่ยวนั้น ตามกฎหมายได้กำหนดขนาดไว้ว่า ต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา โดยที่ดินจะต้องมีหน้ากว้างติดถนนไม่ต่ำกว่า 10 เมตร และลึก 20 เมตร
  2. บ้านแฝด : บ้านที่สร้างขึ้นเป็นคู่ เป็น 2 หลัง แต่มีฝาบ้านติดกัน มีลักษณะคล้ายกับบ้านเดี่ยวแต่เนื้อที่น้อยกว่า ซึ่งการที่จะเป็นบ้านแฝดได้ ตามกฎหมายนั้นกำหนดไว้ว่าจะต้องมีขนาดที่ดินไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวา และคู่หนึ่งต้องมีความกว้างของที่ดินไม่ต่ำกว่า 16 เมตร ซึ่งแบ่งเป็นข้างละ 8 เมตร
  3. ทาวน์เฮ้าส์ : เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บ้านแถว ตั้งอยู่ตามเมือง มีพื้นที่จอดรถและสวนหย่อมหน้าบ้าน และตามกฎหมายทาวน์เฮ้าส์จะต้องมีขนาดที่ดินไม่เกิน 16 ตารางวา และมีขนาดความกว้างไม่ต่ำกว่า 4 เมตร ลึก 16 เมตร
  4. อาคารพาณิชย์ : เรียกอีกอย่างว่าตึกแถว นิยมในชุมชนเมือง เพราะนอกจากจะใช้อยู่อาศัยได้แล้ว ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจได้อีกด้วย และเนื่องจากมีพื้นที่ไม่มาก จึงนิยมก่อสร้างหลายชั้น

อสังหาฯแนวดิ่ง

1.คอนโดมิเนียม : มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอาคารชุด มีหลายชั้น แต่ละชั้นประกอบด้วยห้องพักจำนวนมาก และภายใน 1 ห้อง ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เรียกกันว่าพื้นที่ส่วนกลาง (Facility) เป็นจุดเด่นที่แต่ละโครงการจะมีมากน้อยต่างกันไป คอนโดมิเนียมมักตั้งอยู่ในทำเลดี สะดวกต่อการเดินทางใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งคอนโดมิเนียมนี้เอง ที่ ถูกแยกออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน  Condominium High rise – Condominium Low rise

  1. โรงแรม : ลักษณะคล้ายคอนโดมิเนียม แต่มีการแบ่งประเภทตามลักษณะต่างๆ ทั้งทำเล, หน้าที่(เพื่อการค้า,พักผ่อน,ประชุม,พักอาศัย,ท่องเที่ยว), แบ่งตามจำนวนห้องพัก, ราคาห้อง และระยะเวลาที่ลูกค้าเข้าพัก (ชั่วคราว, ประจำ)
  2. อพาร์ตเม้นต์ : ลักษณะคล้ายกับคอนโดมิเนียม หรือ ตึกแถว ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เดินทางสะดวก สร้างหลายชั้นและประกอบด้วยห้องพักจำนวนมาก

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ข่าวสารและโปรโมชั่น เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com