Archives June 2022

ไนท์แฟรงค์

ไนท์แฟรงค์ ชี้ตลาดคอนโดภูเก็ตยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว ผู้ประกอบการด้านงบประมาณเปิดโครงการเน้นเงินสำรอง แม้แต่ประเทศที่เปิดกว้างก็ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว เศรษฐกิจภูเก็ตเปิดเผยว่ามีการขายคอนโดมิเนียมใหม่ 615 ยูนิตในปี 64 ในขณะที่จำนวนรายการขายทั้งหมด 5,720 ยูนิต ราคาจะเพิ่มขึ้น 10-15%

นายณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การเปิดประเทศจะทำให้ชาวต่างชาติและชาวไทยเดินทางในจังหวัดภูเก็ตได้มากขึ้น สถานการณ์โดยรวมในตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตยังคงฟื้นตัว ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงเลือกที่จะไม่เปิดโครงการใหม่ในปีนี้ แต่การฟื้นตัวของตลาดคอนโดยังคงมีความท้าทาย เนื่องจากเน้นการขายยูนิตที่เหลือและรอการประเมินสถานการณ์เพิ่มเติม โดยพิจารณาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ภูเก็ตต้องพึ่งพาการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวจากนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล แต่ก็ได้กระตุ้นเศรษฐกิจของภูเก็ต และส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต โดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 65 ตลาดคอนโดมิเนียมจะปรับตัวดีขึ้นจากกำลังซื้อของต่างประเทศโดยเฉพาะนักลงทุนชาวรัสเซียที่เริ่มซื้อตั้งแต่ปลายปี 2507 สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มรัสเซียจะเป็นกำลังซื้อหลักในปัจจุบัน

สำหรับสถานการณ์อุปทานคอนโดในจังหวัดภูเก็ต ณ สิ้นปี 64 มีอุปทาน 26,068 ยูนิต และไม่พบคอนโดเปิดใหม่ตลอดทั้งปีเนื่องจากผู้ประกอบการยังคงจับตาสถานการณ์การเดินทางของผู้อยู่อาศัย ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และประเทศต่าง ๆ ทำให้ต้องชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นอันดับแรก สำหรับสถานการณ์ความต้องการคอนโดในจังหวัดภูเก็ต

พบว่า มีอุปทานรวม 26,068 ยูนิต ณ สิ้นปี 64 มียอดขายรวม 20,376 ยูนิต และขายได้เพียง 615 ยูนิตในปี 64 ลดลงจาก ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว คอนโดมิเนียมขายได้ 1,956 ยูนิตในปี 63 และปัจจุบันมีคอนโดสำหรับขายในภูเก็ตประมาณ 5,720 ยูนิต

สำหรับราคาขายคอนโดมิเนียมในภูเก็ต พบว่าภายในสิ้นปีนี้ ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมวิวทะเล 64 ยูนิต อยู่ที่ 196,015 บาทต่อตารางเมตร ประมาณ 1 จาก 63 ในปีที่แล้ว63 ปี 6%

ราคาขายเฉลี่ยอพาร์ทเมนท์วิวทะเลคือ 192,758 บาทต่อตารางเมตร ราคาขายเฉลี่ย 64 ยูนิตไม่มีวิวทะเล 76,526 บาทต่อตร.ม. เพิ่มขึ้น 0.45% ราคาเสนอขายเฉลี่ยแบบไม่มีวิวทะเล 76,184 บาทต่อตร.ม.

“จากมุมมองของสถานการณ์ที่เริ่มดีขึ้นอาจต้องใช้เวลา นอกจากนี้ หลายโครงการมีกำหนดแล้วเสร็จ ราคาจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และหากสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ คาดว่าราคาขายเฉลี่ยจะอยู่ที่ เพิ่มขึ้น 10-15%”

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ตลาด วิลล่าภูเก็ต ประจวบฯ หดตัวแรง ผู้ประกอบการ เบรกเปิดหน่วยขายใหม่

ตลาด วิลล่าภูเก็ต หดตัวแรง ในครึ่งแรกของปี 64 ชะลอตัวลงอย่างหนัก ผู้ประกอบการ เบรกเปิดหน่วยขายใหม่ ยอดขายร่วงลงตามภาวะตลาด เผยทำเลยอดฮิต ซัปพลายคงเหลือรอการระบาย จับตาผลการฉีดวัคซีนจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่น รวมถึงนโยบายเปิดเมืองมากขึ้น

ตลาด วิลล่าภูเก็ต ประจวบฯ หดตัวแรง

จากในงานสัมมนาของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในเรื่อง “สถานการณ์ ตลาดที่อยู่อาศัย ครึ่งหลังปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 ภายใต้วิกฤตโควิด-19” ทั่วประเทศนั้น พบว่า ที่อยู่อาศัยที่อยู่ในภาคใต้และภาคตะวันตก ซึ่งมีจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย เช่น จังหวัดภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ซึ่งแม้ว่า รัฐบาลจะได้เดินหน้าเปิดเมือง โดยนำร่องตามโมเดล “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภายใต้มาตรการดูแลด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด

ล่าสุด แผนการเปิดจังหวัดเพิ่มเติม เพื่อรับนักท่องเที่ยวใน 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ (อ.เมืองฯ อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า), ชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ), เพชรบุรี (ชะอำ) และประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จากกำหนดเดิมวันที่ 1 ตุลาคม 64 อาจต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายนแทน เพื่อเร่งระดมทุนฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19 ให้ได้ครบโดสไม่น้อยกว่า 70% ซึ่งเป็นเงื่อนไขหลักของการพิจารณาเปิดพื้นที่นำร่อง

 ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภายใต้วิกฤตโควิด-19 ว่า จากการที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดเก็บข้อมูลความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ด้วยการสำรวจ ภาคสนาม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังคงประสบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 และ 4 ได้พบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนต่อตลาดบ้านพักตากอากาศ (วิลล่า)

โดยในส่วนของตลาดบ้านพักตากอากาศ(วิลล่า)ในจังหวัดภูเก็ตจากครึ่งแรกของปี64 มีซัปพลายรวม 245ยูนิต กว่า 98% เป็น บ้านเดี่ยวมูลค่าซัปพลายในตลาดประมาณ 12,960ล้านบาทเกือบ100%เป็นตลาดบ้านเดี่ยวมูลค่าในตลาด 12,845 ล้านบาท ขณะที่หน่วยเปิดขายใหม่ (New Supply) ทั้งในด้านหน่วยเปิดใหม่และมูลค่าพบว่าในครึ่งแรกของปี 64 ใน11ทำเลหลักไม่มีซัปพลายใหม่เข้าสู่ตลาด ทั้งนี้ ซัปพลายที่เหลือคงค้างอยู่ในตลาด ได้แก่

-1 เทพกระษัตรี-ศรีสุนทร (มีมูลค่าคงเหลือสูงสุดถึง 5,409 ล้านบาท) –

-2 หาดราไวย์

-3 ในเมืองกระทู้

-4 จะอยู่ที่ ในเมืองกะทู้

โดยระดับราคาที่มีอยู่ในตลาดจะเป็นกลุ่ม 15.01-20 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 62 จนถึงไตรมาสแรกปี 64 มีซัปพลายอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก รองลงมาจะกลุ่มราคามากกว่า 70 ล้านบาท เป็นส่วนใหญ่

 ในด้านการขายใหม่ ในครึ่งแรกของปี 64 มี 19ยูนิต โดยหลักๆ มาจากทำเล เทพกระษัตรีศรีสุนทร ที่เหลือจะเป็นทำเล หาดราไวย์ หาดบางเพา-หาดสุรินทร์ และป่าคลอก อย่างละ 1ยูนิตเท่านั้น

แต่เป็นน่าสังเกตในเรื่องของมูลค่าขายใหม่ พบว่า ป่าคลอก แม้จะมีการขายได้เพียง 1ยูนิต แต่มูลค่าสูงถึง 126 ล้านบาท

ดร.วิชัย กล่าวถึงภาพรวมโครงการที่อยู่อาศัยภาคตะวันตกว่า ครึ่งแรกของปี 2564 มีโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เข้าสู่ตลาดเพียง 886 หน่วย หรือ เพิ่มขึ้น 49.2% และมีมูลค่ารวม 2,900 ล้านบาท แต่มีมูลค่าลดลง -51.5% ส่งผลให้อุปทานที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่มีการขายในพื้นที่ภาคตะวันตก มีจำนวนรวม 5,737 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 4.0% และมีมูลค่ารวม 26,083 ล้านบาท โดยมีหน่วยขายได้ใหม่  เพิ่มขึ้น 554 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 5.1% ขณะที่มูลค่าลดลง 2,301 ล้านบาท หรือลดลง -43.2% ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขายอยู่ในตลาดประมาณ 5,183 หน่วย และมีมูลค่ารวมประมาณ 23,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า 3.9% และ 1.7% ตามลำดับ เมื่อพิจารณาลงรายละเอียด พบการชะลอตัวของการ เปิดขายใหม่ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -69.2 ขณะที่จังหวัดเพชรบุรีมีหน่วยเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นทั้งบ้านจัดสรรและอาคารชุด

สำหรับแนวโน้มปี 2565 ศูนย์ข้อมูลฯ คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเข้าสู่ตลาดภาคตะวันตก ประมาณ 2,261 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 10,584 ล้านบาท

โดยคาดว่าช่วงครึ่งแรกปี 2565 อัตราการขยายตัวของหน่วยโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 ประมาณ 21.8% ใน ขณะที่มูลค่าในครึ่งแรกของปี 65 จะเพิ่มขึ้น 87.2% แต่อาจจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2565

ในส่วนของภาพรวมตลาด บ้านพักตากอากาศ (วิลล่า) ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น ในครึ่งแรกของปี 64 มีจำนวน 128ยูนิต ทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยว มูลค่ารวม 3,128 ล้านบาท

โดยไม่มีการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งยอดขายครึ่งปีแรกมีเพียง 2ยูนิต มูลค่า 42 ล้านบาท ส่งผลให้เหลือบ้านพัก ตากอากาศที่สร้างเสร็จแล้ว 126ยูนิต มูลค่าในตลาดประมาณ 3,140 ล้านบาท

          สำหรับทำเลที่มีซัปพลายวิลล่าอยู่ในตลาด จะพบว่า หลักๆ จะอยู่ที่ ทำเลทับใต้ จำนวน 76ยูนิต (มูลค่าคงเหลือ 2,020 ล้านบาท) เขาตะเกียบ 43ยูนิต เขาหินเหล็กไฟ 6ยูนิต ปราณบุรี 2ยูนิต และ หัวหิน 1ยูนิต ราคาของซัปพลายที่อยู่ในตลาดจะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 15 ล้านบาท ส่วนยอดขายที่เกิดขึ้นในครึ่งแรกของปี 64 มีเพียง 2ยูนิต จะอยู่ที่ทำเลเขาตะเกียบ ระดับราคา 20.01-25 ล้านบาท


พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com