Archives July 2022

กรมเจ้าท่าลุย 6 จังหวัดอันดามัน ปั้นศูนย์กลางท่องเที่ยว-ขนส่งทางทะเล (Maritime Hub)

กรมเจ้าท่าลุย 6 จังหวัดอันดามัน ปั้นศูนย์กลางท่องเที่ยว-ขนส่งทางทะเล (Maritime Hub) ตั้งเป้าศึกษา 2 ปี ก่อนดึงเอกชนลงทุน

กรมเจ้าท่าลุย 6 จังหวัดอันดามัน ปั้นศูนย์กลางท่องเที่ยว-ขนส่งทางทะเล (Maritime Hub)

วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าเริ่มทำการศึกษา เพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว และการขนส่งทางทะเล (Maritime Hub) โดยผุดโครงการท่าเรือมารีน่าชุมชน 1 จังหวัด 1 ท่าเรือ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ท่าเรือ ใน 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

โดยทำการศึกษาระหว่างปี 2566 ถึงปี 2567 ถึงรูปแบบการลงทุนในอนาคต เชื่อว่าเมื่อภาครัฐทำการชี้จุดพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจน และมีการอำนวยความสะดวก ในแง่ของข้อกฎหมาย ที่เอื้อในการลงทุน ของเอกชนที่มีศักยภาพ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม ก็สามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้

ทั้งนี้ ลักษณะของท่าเรือ จะเป็นเรือสำราญขนาดเล็ก ที่รองรับเรือจำนวน 30-40 ลำ โดยสูงสุดไม่เกิน 100 ลำ แต่จะต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก่อน

ที่ผ่านมา กรมเจ้าท่า ได้มีแผนพัฒนาท่าเรือบริเวณชายฝั่งอันดามัน ระหว่างปี 2561-2567 จำนวน 13 ท่าเรือ ดำเนินการแล้วเสร็จ 6 แห่ง ได้แก่ 1.ท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง (เพื่อการท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลตรัง ถ้ำมรกต เกาะมุก เกาะกระดาน) 2.ท่าเรือสุระกุล จังหวัดพังงา (เพื่อการท่องเที่ยวอ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาพิงกัน เกาะเจมส์บอนด์ (เขาตะปู)) 3.ท่าเรือเกาะลันตาใหญ่ 4.ท่าเรือศาลาด่าน ตั้งอยู่บนเกาะลันตาน้อย (เพื่อการท่องเที่ยวดำน้ำ และเชื่อมโยงไปยังเกาะพีพี เกาะรอก หาดปากเมง) 5.ท่าเรือสวนสาธารณะธารา 6.ท่าเรือท่าเล จังหวัดกระบี่ (เพื่อสนับสนุนการเดินทางข้ามฟาก ระหว่างเทศบาลเมืองกระบี่ ที่ท่าเรือสวนสาธารณะธารา ไปยังท่าเรือท่าเล ตั้งอยู่บนเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ ที่มีชุมชนอาศัยอยู่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีเกษตร)

ท่าเรือที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จะแล้วเสร็จภายในปี 2565 จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือปากคลองจิหลาด จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นท่าเรือต้นทาง-ปลายทาง เพื่อเดินทางไปยังเกาะพีพี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ส่วนแผนพัฒนาปี 2567-2569 จำนวน 6 แห่ง โดยจะมีท่าเรือ 4 แห่ง อยู่ในเส้นทางเดินเรือขนส่งผู้โดยสาร และรถยนต์ เพื่อเชื่อมโยง จังหวัดกระบี่-พังงา-ภูเก็ต ร่นระยะเวลาเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ตลง 1.5 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับทางบก
ได้แก่ ต้นทางที่ท่าเรือเฟอร์รี่ท่าเลน จังหวัดกระบี่ ปลายทางอยู่ที่ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต และท่าเรือที่อยู่ในเส้นทาง ได้แก่ ท่าเรือมาเนาะห์ กับท่าเรือช่องหลาด จังหวัดพังงา โดยมีแผนพัฒนาท่าเรืออีก 2 แห่ง ในจังหวัดกระบี่ ได้แก่ ท่าเรืออ่าวน้ำเมา และท่าเรือเกาะพีพี

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

กรมเจ้าท่าลุย 6 จังหวัดอันดามัน ปั้นศูนย์กลางท่องเที่ยว-ขนส่งทางทะเล (Maritime Hub)

กรมเจ้าท่าลุย 6 จังหวัดอันดามัน ปั้นศูนย์กลางท่องเที่ยว-ขนส่งทางทะเล (Maritime Hub) ตั้งเป้าศึกษา 2 ปี ก่อนดึงเอกชนลงทุน

กรมเจ้าท่าลุย 6 จังหวัดอันดามัน ปั้นศูนย์กลางท่องเที่ยว-ขนส่งทางทะเล (Maritime Hub)

วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าเริ่มทำการศึกษา เพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว และการขนส่งทางทะเล (Maritime Hub) โดยผุดโครงการท่าเรือมารีน่าชุมชน 1 จังหวัด 1 ท่าเรือ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ท่าเรือ ใน 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

โดยทำการศึกษาระหว่างปี 2566 ถึงปี 2567 ถึงรูปแบบการลงทุนในอนาคต เชื่อว่าเมื่อภาครัฐทำการชี้จุดพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจน และมีการอำนวยความสะดวก ในแง่ของข้อกฎหมาย ที่เอื้อในการลงทุน ของเอกชนที่มีศักยภาพ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม ก็สามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้

ทั้งนี้ ลักษณะของท่าเรือ จะเป็นเรือสำราญขนาดเล็ก ที่รองรับเรือจำนวน 30-40 ลำ โดยสูงสุดไม่เกิน 100 ลำ แต่จะต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก่อน

ที่ผ่านมา กรมเจ้าท่า ได้มีแผนพัฒนาท่าเรือบริเวณชายฝั่งอันดามัน ระหว่างปี 2561-2567 จำนวน 13 ท่าเรือ ดำเนินการแล้วเสร็จ 6 แห่ง ได้แก่ 1.ท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง (เพื่อการท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลตรัง ถ้ำมรกต เกาะมุก เกาะกระดาน) 2.ท่าเรือสุระกุล จังหวัดพังงา (เพื่อการท่องเที่ยวอ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาพิงกัน เกาะเจมส์บอนด์ (เขาตะปู)) 3.ท่าเรือเกาะลันตาใหญ่ 4.ท่าเรือศาลาด่าน ตั้งอยู่บนเกาะลันตาน้อย (เพื่อการท่องเที่ยวดำน้ำ และเชื่อมโยงไปยังเกาะพีพี เกาะรอก หาดปากเมง) 5.ท่าเรือสวนสาธารณะธารา 6.ท่าเรือท่าเล จังหวัดกระบี่ (เพื่อสนับสนุนการเดินทางข้ามฟาก ระหว่างเทศบาลเมืองกระบี่ ที่ท่าเรือสวนสาธารณะธารา ไปยังท่าเรือท่าเล ตั้งอยู่บนเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ ที่มีชุมชนอาศัยอยู่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีเกษตร)

ท่าเรือที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จะแล้วเสร็จภายในปี 2565 จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือปากคลองจิหลาด จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นท่าเรือต้นทาง-ปลายทาง เพื่อเดินทางไปยังเกาะพีพี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ส่วนแผนพัฒนาปี 2567-2569 จำนวน 6 แห่ง โดยจะมีท่าเรือ 4 แห่ง อยู่ในเส้นทางเดินเรือขนส่งผู้โดยสาร และรถยนต์ เพื่อเชื่อมโยง จังหวัดกระบี่-พังงา-ภูเก็ต ร่นระยะเวลาเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ตลง 1.5 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับทางบก
ได้แก่ ต้นทางที่ท่าเรือเฟอร์รี่ท่าเลน จังหวัดกระบี่ ปลายทางอยู่ที่ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต และท่าเรือที่อยู่ในเส้นทาง ได้แก่ ท่าเรือมาเนาะห์ กับท่าเรือช่องหลาด จังหวัดพังงา โดยมีแผนพัฒนาท่าเรืออีก 2 แห่ง ในจังหวัดกระบี่ ได้แก่ ท่าเรืออ่าวน้ำเมา และท่าเรือเกาะพีพี

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com

ฮ่องกง แลนด์

PF สานต่อความร่วมมือกับ ฮ่องกง แลนด์ เพื่อเปิดตัววิลล่าครอบครัวเดี่ยวภายใต้แบรนด์ “Lake Legend” บนทำเลใหม่ในย่านบางนา-สุวรรณภูมิ เจาะฐานลูกค้า “อัลตร้า-ลักชัวรี่” จ่าย “เลคเลเจนด์ แจ้งวัฒนะ” ได้รับการตอบรับที่ดีและมียอดขายไปแล้ว 1 พันล้านบาท

ฮ่องกง แลนด์ เปิดตัววิลล่าครอบครัวเดี่ยวภายใต้แบรนด์ “Lake Legend”

นายวงศกร ประสิทธิ์วิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) (PF) เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จในการสร้างโครงการแรกแบรนด์ “เลค เลเจนด์” บริษัทฯ จะยังคงร่วมมือกับฮ่องกงแลนด์เพื่อเปิดตัวโครงการใหม่ “เลค เลเจนด์ บางนา-สุวรรณภูมิ” ” ในย่านแจ้งวัฒนะ รับรองโดยลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่ชอบบรรยากาศของทะเลสาบ 
การทำงานร่วมกับพันธมิตรร่วมทุนชั้นนำ เช่น Hongkong Land ทำให้สามารถสร้างแบรนด์ Lake Legend ได้ ทำให้มีความโดดเด่นและไม่เหมือนใคร เข้าใจไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้า ultra-luxury ของกลุ่มเป้าหมาย

ในเรื่องนี้ “ทะเลสาบเลเจนด์ บางนา-สุวรรณภูมิ” ยังคงเป็นโครงการหรูที่มีทะเลสาบและภูเขา ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 5 นาที สังคมส่วนตัวที่มีเนื้อที่ 83 ไร่ มีเพียง 127 ยูนิต และมูลค่าโครงการ 6.3 พันล้านบาท จุดเด่นของโครงการคือทะเลสาบขนาดใหญ่ 100 ไร่ ที่ใหญ่ที่สุดใน โลกตั้งอยู่ในบางนา-สุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังเป็นแนวคิดวิลล่าริมทะเลสาบสไตล์อิตาลีสมัยใหม่แห่งแรกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทะเลสาบโคโมในอิตาลี โครงการที่อยู่อาศัยสุดหรูบนเนินเขาที่ออกแบบในสไตล์ภูมิทัศน์เงาริมทะเลสาบ

โครงการยังใช้เทคนิคการก่อสร้างเพื่อเพิ่มคุณภาพของโครงการ รวมทั้งเทคนิค VCM (Vacuum Consolidation Method) ที่ใช้ในการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ดินกระชับขึ้นโดยการดูดซับน้ำจากดินช่วยป้องกันการตกตะกอนโดยใช้เทคโนโลยีเสาเข็มสกรูของอเมริกา ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับโครงสร้างฐานรากของบ้าน เป็นกองเหล็กที่รับน้ำหนักได้มาก นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป สำหรับประเทศไทย Lake Legend บางนา-สุวรรณภูมิ เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแห่งแรกที่ใช้เสาเข็มสกรู

ส่วนการเปิดพรีเซลนั้นโครงการมียอดขายทะลุ 1 พันล้านบาท ถือเป็นการขายด่วนสำหรับบ้านเดี่ยวสุดหรู สะท้อนให้เห็นถึงการรุกของความต้องการของลูกค้าที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เติบโตขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและยังคงเติบโตในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 5.32 พันล้านบาทสำหรับผลิตภัณฑ์บ้านเดี่ยวในกลุ่มบ้านเดี่ยวตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป คิดเป็น 11% ของมูลค่าตลาดรวมของบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์

แนวโน้มยอดขายของบริษัทคาดว่าจะเพิ่มขึ้นใน Q3/22 และ Q4/22 โดยบริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ 9 โครงการ มากกว่า 4 โครงการที่เปิดตัวในครึ่งปีแรก ทรงตัวหรือต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย บริษัทมียอดขาย 3.6 พันล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2565 เทียบกับเป้าหมายทั้งปีที่ 18.5 พันล้านบาท เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบประกอบกับกำลังซื้อที่ฟื้นตัวใหม่

พบกับความรู้ดีดี เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และโปรโมชั่น ข่าวสาร เพื่อความมั่นใจในการ ซื้อ-ขาย-เช่า กับ www.phuket-real-property.com